Review Seoul’s museums – เที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่เกาหลี

พูดถึงเกาหลีใต้ในยุคสมัยนี้คนก็อาจจะคิดถึงกิมจิ, K-POP, ปัญหากับเกาหลีเหนือ, ซัมซุง หรืออะไรก็แล้วแต่ หลังจากได้ไปเที่ยวที่นี่ก็พบว่ามีอะไรหลายอย่างที่น่าศึกษา และแน่นอนว่าหากต้องการรู้ หรือศึกษาอะไรสักอย่างไม่มีอะไรที่น่าไปนอกจากพิพิธภัณฑ์ (Museum, มิวเซียม)

เกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่มีพิพิธภัณฑ์เยอะมากๆ ยิ่งถ้าเทียบกับไทยก็คงมีจำนวนนำจนไม่เห็นฝุ่น เท่าที่ได้ลองไปเที่ยวมา รู้สึกประทับใจมากเนื่องจากพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งต่างให้สาระ และมีการนำเสนอที่ดี รวมถึงมีการอำนวยความสะดวกเป็นเลิศ จุดเด่น คือ เดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน, เข้าฟรี, อินเตอร์เน็ตฟรี (ฟรี Wi-Fi), มีแอร์, ห้องน้ำสะอาด, มีเอกสาร และคำอธิบายภาษาอังกฤษ, มีข้อมูลอยู่บนหลายเว็บไซต์ ทำให้หาข้อมูลง่าย

พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้นั่นเอง ซึ่งคุณสามารถค้นหาข้อมูลรายชื่อพิพิธภัณฑ์ได้ที่ Visit Seoul ในเว็บจะมีทั้งภาพ, ข้อมูล, แผนที่, การเดินทาง, วันเวลาทำการ (ส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์) และอื่นๆ ทาง CNN Travel เองก็มีการจัดอันดับสุดยอดพิพิธีภัณฑ์ที่เกาหลี 6 แห่ง จากกว่า 100 แห่ง พบว่าไปแล้ว 5 แห่ง อีกแห่งเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับศิลปะ ไว้คราวหน้า ถ้ามีโอกาสจะลองไปดู

1. National Museum of Korea (국립중앙박물관)

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี อยู่ในอันดับ 1 จากการจัดอันดับของ CNN Travel เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เรียกได้ว่า โคตรใหญ่และเยอะ

มีการตกแต่งตั้งแต่ทางเดินออกจากรถไฟฟ้าใต้ดินเลยทีเดียว

null

ด้านนอกมีสวน สระน้ำ บรรยากาศดี ไปตอนหน้าหนาวก็เจอผิวสระเป็นน้ำแข็งบ้าง มีหิมะตามทางเดิน

วิวมองไปเจอเขานัมซาน โซวทาวเวอร์


มี 2 ตึกหลักๆ แต่เชื่อมไว้ด้วยหลังคา ตึกอีกฝั่งมีนิทรรศการพิเศษแบบจ่ายเงินอยู่ ส่วนตึกหลักเลยเข้าฟรี ประตูทางเข้าสวยดี

มีการจัดแสดงย่อย ประวัติศาสตร์เรื่องแก้วพอดี แสดงตัวผลิตภัณฑ์แก้วเก่าๆ และวิธีการทำ

ด้านในมีการจัดแสดงของเยอะมากเป็นแสนชิ้น ตัวอาคารมีหลายชั้น เดินทั้งวันก็เก็บไม่หมด กว้างขวางมาก


เครื่องมือทางการแพทย์

แต่ละชั้นก็มีห้องย่อย (ที่ใหญ่มาก) อีกหลายห้อง แยกกันเป็นสัดส่วน

หลายครั้งที่ไปพิพิธภัณฑ์ในเกาหลีใต้ ก็มักจะเจอเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษา น่ารักดี

มีห้องอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยแฮะ ตอนเจอห้องนี้ก็ตกใจว่าทำไมถึงมี


กลับมาเรื่องของเกาหลีใต้ มีห้องปัจจุบัน บวกเป็นที่นั่งพักชมวิว

วิวด้านนอก

National Museum of Korea เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่จริงๆ แต่ก็เดินเพลินดี เดินจนเมื่อย ก็ยังไม่หมด ยิ่งเดินขึ้นชั้นสุงๆ คนยิ่งน้อย บางห้องแทบไม่มีคนเดินเลย เงียบ สงบดี
อยากรู้ว่าคนอื่นรู้สึกว่าใหญ่แค่ไหนลองถาม บก ที่เดินชั้นแรกก็ขอตัวไปรอที่ร้านหนังสือดู😛 (แซวๆ)

The National Museum of Korea more: Gallery, Detail

2. National Folk Museum of Korea (한국민속박물관)

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลีนี้ตั้งอยู่ในบริเวณของพระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) สามารถซื้อบัตรเข้าชมพระราชวังแล้วเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ หรือถ้าอยากมาแค่พิพิธภัณฑ์ก็เดินตามฟุตบาทด้านนอกเรียบกำแพงวังเข้ามาได้ฟรี

แค่มองจากด้านนอกก็สวยแล้ว แต่ขึ้นทางนั้นไม่ได้ มีประตูทางเข้าอีกทาง

มีประวัติแสดงเป็นช่วงเวลาของเกาหลีใต้นิดหน่อย

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านก็จัดแสดงของพื้นบ้าน (ตรงตัว) ข้าวของใช้ชาวบ้านยุคก่อนๆ

เหมือนจะเป็นชื่อผู้ที่ช่วยบริจาคมั้ง ไม่แน่ใจค่ะ ไปนานแล้ว ลืมแล้ว แต่สวยดีนะ

ด้านนอกเราก็จะเจอที่อยู่อาศัย หรือสิ่งก่อสร้างแบบเกาหลี ดูเก่าๆ ไปหน้าร้อน ถ่ายรูปแล้วสวยดี

National Folk Museum of Korea more: Gallery, Detail

3. War Memorial of Korea (전쟁기념관)

War Memorial of Korea หรือ อนุสรณ์สงครามแห่งเกาหลี เป็นสถานที่ที่มีทั้งอาคารด้านใน (จริงๆ มีหลายอาคาร มีตึกพิพิธภัณฑ์การสมรสด้วย) และรูปปั้น สิ่งของด้านนอก คาดว่าคงต้องใช้เวลาทั้งวัน เพราะมาเดิน 2 ชั่วโมงกว่าก็ได้แค่ 1/4 เป็นสถานที่ที่ชอบที่สุด

ด้านนอกบริเวณที่เดินเข้ามาพบ The Statue of Brothers

A sculpture commemorating the 50th anniversary of the end of the Korean War – ประติมากรรมอนุสรณ์ครบรอบ 50 ปีของการสิ้นสุดของสงครามเกาหลี

สงครามเกาหลีเป็นที่โด่งดัง มันไม่ใช่เพียงการต่อสู้ของเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ แต่เป็นการต่อสู้ของรัฐบาลแบบประชาธิปไตย และคอมมิวนิสต์ ดูๆ ไปจะเรียกว่าเป็นโต๊ะประลองระหว่างอเมริกา กับโซเวียตและจีน ก็คงไม่ผิด

นอกจากอเมริกาจะเป็นประเทศหลักที่ส่งทหารมาช่วยเกาหลีใต้แล้วก็ยังมีอีกหลายประเทศ ไทยด้วย รวมถึงสหประชาชาติ ธงหน้าอาคารมีธงประเทศไทยด้วยนะ

ภายในอาคาร ทางเขาไปยังส่วนจัดแสดงต่างๆ

ฝ่ายเกาหลีเหนือนำโดย คิม อิลซอง (พ่อของคิม จองอิล นั่นเอง) มีจีน (เหมา เจ๋อตง) และโซเวียต (โจเซฟ สตาลิน) หนุนอยู่

จำนวนทหาร และยุทโธปกรณ์ต่างๆ เปรียบเทียบระหว่างเกาหลีใต้ (ซ้าย) และเกาหลีเหนือ (ขวา)

ฝั่งเกาหลีใต้เป็นรองเยอะ ฝ่ายเกาหลีเหนือบุกจนเกือบยึดเกาหลีใต้ได้ทั้งประเทศ ในรูปแผนที่ด้านล่าง สีน้ำตาลคือส่วนที่เกาหลีเหนือตีมาได้ ส่วนสีขาวคือส่วนที่เกาหลีใต้ยังตรึงกำลังไว้ได้

รูปปั้นเหล่าทหารหาญ ที่ต่อสู้จนตาย (เพื่อนที่ไปด้วยนิยามว่าเหมือน บางระจัน บ้านเรา) ตามป้ายที่อธิบายมีชื่อของทหารแต่ละคนด้วย

ที่นี่มีโรงหนัง 4D โรงเล็กๆ จุคน 15 คนด้วย โรงที่ดูฉายจุดแปรผันคือทางกองทัพสหประชาชาติที่ร่วมมือกับเกาหลีใต้ นำโดยพลเอกแมกอาร์เธอร์ ยกพลขึ้นฝั่งที่เมืองอินชอน ตีโอบเกาหลีจากทางด้านบนของเกาหลีใต้ ต้องใส่แว่นตา 3 มิติ เก้าอี้ก็โยกไปโยกมาเพราะหนังให้เราสวมบทเป็นทหารขับเครื่องบิน ล่องเรือ บุกบนบก ยิงสนั่น สนุกดี เจออีกโรงด้วยแต่เข้าไม่ทันแล้ว

สงครามยืดเยื้อเป็นเวลา 3 ปี มีการแบ่งแยกดินแดนเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ที่เส้นขนานที่ 38 (ก่อนหน้าสงครามก็แบ่งแล้ว แต่เกาหลีเหนือบุกมาโจมตีด้วยความต้องการรวมชาติในวันที่ 25 มิ.ย. 1950) ซึ่งนับเวลาหลังจากวันตกลงหยุดยิง (27 ก.ค. 1953) จนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 60 ปีพอดี

ภาพสงครามสุดจะหดหู่ มีผู้คนล้มตายจากสงครามหลายแสนคน ดูแล้วก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่คนเกาหลีใต้จะเกลียดคนเกาหลีเหนือ แถมเวลาเพิ่งผ่านมาแค่ 60 ปี ยังมีคนแก่หลายคนที่เคยอยู่ในสภาวะช่วงสงคราม ผู้ใหญ่หลายคนก็อยู่ในยุคที่ต้องฟื้นฟูประเทศ แต่ก็น่าแปลกใจที่ระยะเวลาเพียง 60 ปีก็ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศพัฒนาที่ล้ำเทคโนโลยีอย่างทุกวันนี้

ประวัติสงครามเกาหลีอย่างละเอียดลองหาอ่านกันดูในอินเตอร์เน็ตนะคะ มีเยอะมากๆ

การจัดแสดงภายในอาคารแตกต่างกันในแต่ละโซน

รายชื่อทหารที่เสียชีวิตในสงครามเกาหลี ส่วนใหญ่เป็นทหารเกาหลีใต้ และอเมริกัน ส่วนทหารไทยก็มีเหมือนกัน

กลองใหญ่อันนี้ เจ้าหน้าที่เดินมาแล้วชี้ๆ บอกให้ถ่ายรูป ก็เลยถ่ายมา 5555

มาดูของด้านนอกกันบ้าง คิดว่าข้างในว้าวแล้ว เจอข้างนอกนี่แทบจะลืมด้านในไปเลย มีทั้งปืน รถถัง เครื่องบิน เรือ ดูแล้วน่าจะเป็นของจริงแต่ได้รับการทาสีใหม่ มีความรู้สึกเหมือนได้มาเที่ยวงานวันเด็กเลย


ขึ้นไปบนทางขึ้นเครื่องบินลำใหญ่ แล้วถ่ายลงมา ฉากหลังเป็นเขานัมซาน และโซลทาวเวอร์

War Memorial of Korea more: Gallery, Detail

4. National Palace Museum of Korea (국립고궁박물관)

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติของเกาหลีอยู่ติดกับพระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

ถ้ามาจากสถานีรถไฟ Gyeongbokgung ก็จะเจอพิพิธภัณฑ์นี้ก่อนเลย

ภาพเชื้อสายราชวงศ์เกาหลี

เกี้ยว

ของจัดแสดง เด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นรถโบราณสีแดงสองคัน

โดยส่วนตัวรู้สึกเฉยๆ กับพิพิธภัณฑ์นี้ที่สุด ไม่ค่อยน่าตื่นตกใจเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าจัดแสดงได้สวย ตึกก็สวยดี เดินเล่นได้เพลินๆ หลบอากาศร้อนด้านนอก

National Palace Museum of Korea more: Gallery 1, Gallery 2, Detail

5. Seoul Museum of History (서울역사박물관)

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กรุงโซลนี้อยู่กลางเมืองแต่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสักนิด แต่การเดินมาก็ไม่เป็นปัญหา

ทางเดินที่ใกล้ถึงพิพิธภัณฑ์ก็ยิ่งสวย มีดอกไม้ต้นไม้เรียงรายในหน้าร้อน น่าเดินเล่นมาก

พวกไม้เลื้อยนี่ไม่แน่ใจว่าคนดูแลตั้งใจหรือไม่ตั้งใจให้ขึ้นขนาดนี้ แต่ก็ดูสวยดี

รถไฟเก่าของจริง (คาดว่าเป็นขบวนแรกๆ) ตั้งไว้ด้านหน้ามีราง และมีรูปปั้นทำให้มาส่งญาติขึ้นรถไฟด้วย

เดินเข้าไปข้างในรถไฟได้ หลายอย่างดูได้ แต่ห้ามจับ เจอคุณพี่คนดูแลที่ท้ายขบวนตอนแรกนึกว่าเป็นรูปปั้น พอเค้าทักมาก็กรี๊ดเลย… นึกว่าผี เค้าเป็นคนดูแล และถามเราว่ามาจากประเทศไหน แล้วจดชื่อประเทศลงสมุด คงจะเก็บข้อมูลว่ามีใครเข้ามาในรถไฟขบวนนี้บ้าง

ด้านหน้ามีน้ำพุ ให้เด็กๆ ได้เล่นคลายร้อน โดยมีพ่อแม่ดูแลอยู่ห่างๆ จริงๆ แล้วจุดน้ำพุแบบนี้เห็นมาประมาณ 3 ที่ในโซล เด็กๆ หรือแม่แต่วัยรุ่นก็นิยมมาเล่นน้ำดับร้อนในช่วงหน้าร้อนแบบนี้


ตู้ล็อคเกอร์ฝากข้างตั้งอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ ตู้ล็อคเกอร์แบบนี้พบได้บ่อยตามสถานีรถไฟใต้ดิน เหมาะสำหรับคนที่ซื้อของมาเยอะๆ แล้วอยากเดินเที่ยวต่อ แต่ไม่อยากแบก ใช้เงินจ่ายขั้นต่ำ ตั้งรหัสเอง เวลากลับมาเอาก็ใส่รหัส จ่ายเงินเพิ่มถ้าเกินขั้นต่ำ แล้วเอาของไปได้เลย (ใช้ฝากของให้เพื่อนได้)

ป้าย Seoul Free Wi-Fi Zone เดี๋ยวนี้ตามสถานที่ต่างๆ ก็นิยมติดป้ายนี้พร้อมให้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรีๆ ไม่มีรหัส ไม่ต้องกดยืนยันเงื่อนไงใดๆ ขนาดกลางตลาดเมียงดงยังมี Seoul Free Wifi ให้ใช้

ภายในอาคาร


นิทรรศการพิเศษจัดอยู่ 2-3 งาน อันนี้เหมือนเป็นการประท้วงของประชาชน แต่ไม่มีภาษาอังกฤษกำกับ เลยไม่รู้ว่าเป็นอะไร

มีโต๊ะ เก้าอี้ ปลั๊กไฟ รวมถึงแอร์เย็นๆ ให้นั่งพัก, อ่านหนังสือ บางโซนเห็นเด็กประถมมาจับกลุ่มทำการบ้านด้วย


มองออกไปจากกระจกเห็นอาคารยาว แล้วมีจุดเชื่อมต่อ ที่นี่ดีไซน์สวยดี

โมเดลโซลสมัยก่อน


ของแต่ละชิ้น หรืองานแต่ละอย่างจะมีป้ายบอก พร้อม QR code และ NFC ให้แตะมือถือดูรายละเอียดกันสบายๆ

โซนจัดแสดง




หนังสือไม้ไผ่ – โซนนี้จะมีของวางอยู่ 8-10 ชิ้น ให้แตะบนสิ่งของนั้น (มีเซนเซอร์อยู่ด้านบน) แล้วจะมีวิดีโอของของนั้นขึ้นมาให้ชม

เรียนรู้ด้วยไอแพด (ทำไมไม่ใช้กาแล็คซี่แท็บนะ)

ไคลแมกซ์ของที่นี่ ในความรู้สึกของตัวเอง ตรงนี้สุดยอดมากๆ คือการแสดงการพัฒนาโซลในแต่ละช่วงปี

ตอบคำถามในใจที่งงว่าเกาหลีใต้พัฒนาประเทศขึ้นมาได้อย่างไรได้ครึ่งหนึ่ง (อีกครึ่งอยู่อีกพิพิธภัณฑ์นึง 55555)

เท่าที่ดูแล้วเกาหลีใต้นั้น สร้าง สร้าง และสร้าง – สร้างถนน สร้างรถไฟ สร้างที่อยู่ สร้างเมือง สร้างคน

จำนวนประชากรในแต่ละช่วงปี 1950-1953 เป็นช่วงสงครามเกาหลี ประชากรล้มตายเป็นจำนวนมาก

เกาหลีใต้นั้นเริ่มสร้างรถไฟสายแรกตั้งแต่ปี 1970 และเปิดใช้ในปี 1974 (ใช้เวลาประมาณ 4 ปี ในการสร้าง) และในปี 1985 ก็มีรถไฟใช้ 4 สายแล้ว

กล่าวได้ว่า สงครามเกาหลียุติเมื่อปี 1953 หลังจากนั้น 17 ปีหลังสงคราม ชาวเกาหลีใต้ก็มีรถไฟใช้ หรืออีก 32 ปีก็มีรถไฟใช้ทั่วเมืองแล้ว

จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือแผนที่เมืองโซลขนาดใหญ่ มีโมเดลตึก สถานที่สำคัญตรงมากๆ เดินดูได้รอบๆ

มีเครื่องประจำอยู่ 4-5 จุดให้เลือกชมสถานที่ แบ่งหมวดอย่างดี (แต่หาภาษาอังกฤษไม่เจอ) มีรูป, รายละเอียดสถานที่ นอกจากนี้ยังมีไฟที่ติดด้านบนส่องสถานที่นั้นบนแผนที่โมเดลด้านล่างให้จริงๆ พร้อมไฟกระพริบด้วยว่าสถานที่นั้นอยู่ย่านไหน เก๋มากกกก


ระหว่างจะกลับเดินลงบันไดเจอกลุ่มนักดนตรี มาเล่นดนตรีให้ฟังสดๆ ตอนนี้มีทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่มาฟัง น่ารักดี

Seoul Museum of History more: Detail

6. The Story of King Sejong & The Story of Admiral Yi Sunshin

พระเจ้าเซจงมหาราชเป็นผู้ประดิษฐ์อักษรเกาหลี (ฮันกึล) และมีความรู้เรื่องดาราศาสตร์ ส่วนแม่ทัพลีซุนชิน เป็นแม่ทัพในกองทัพเรือเกาหลี ต่อสู่กับญี่ปุ่น

หลายคนอาจจะเคยเห็นรูปปั้นทั้งพระเจ้าเซจง และแม่ทัพลีซุนชิน แถวๆ จตุรัสควางฮามุน (Gwanghwamun Square)

ถ้าไปช่วงหน้าร้อนจะพบเด็กๆ มาเล่นน้ำพุด้านหน้ารูปปั้นแบบนี้ น่ารัก~

ส่วนจัดแสดงนั้นอยู่ใต้ดินซึ่งสามารถมาจากรถไฟใต้ดิน, เดินลงทางลาด หรือเข้าหลังรูปปั้นพระเจ้าเซจงได้เลย

ตัวอักษรเกาหลี หรือที่เรียกว่าฮันกึล

ที่นั่งนี้คนธรรมดาขึ้นไปนั่งถ่ายรูปได้ แต่ต้องถอดรองเท้า

เครื่องมือทางดาราศาสตร์



เกวียนยิงธนู

เรือเต่าพัฒนาโดยแม่ทัพลี ซุนชิน เป็นเรือรบหุ้มเกราะโลหะลำแรกของโลก

ที่นี่มีบริเวณไม่กว้างขวางนัก แต่ก็ไม่ถึงกับแคบ แต่นอกจากนี้ยังมีส่วนให้ลองหัดเขียนชื่อเป็นภาษาเกาหลี มีห้องสมุดเล็กๆ และร้านอาหารชั้นบน (แต่อยู่ใต้ดิน) ที่นี่ด้วย

The Story of King Sejong & The Story of Admiral Yi Sunshin more: Gallery, Detail

7. National Museum of Korean Contemporary History

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติร่วมสมัยเกาหลีเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2012 นี่เอง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่เยื้องหน้าประตูควางฮวามุน ของพระราชวังพระราชวังเคียงบกกุง ติดกับสถานทูตอเมริกา


พิพิธภัณฑ์นี้ถือว่าใหม่มาก และทำน่าสนใจมาก ยกให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในใจอันดับ 2 รองจาก War Memorial of Korea เลย

ภายในอาคารเมื่อเข้าไปจะเจอจอแบบยาวหลายชั้นเลื่อนไปมา แสดงอุตสาหกรรม ความเป็นไปของเกาหลีใต้

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติร่วมสมัยเกาหลีแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของคนเกาหลีใต้ เน้นช่วงหลังสงคราม, การพัฒนาประเทศ นี่จึงเป็นคำตอบอีกครึ่งหนึ่ง (จริงๆ ควรจะมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ) ว่าทำไมเกาหลีใต้จึงพัฒนาได้ขนาดนี้

เริ่มด้วยการดีไซน์จัดแสดงแต่ละห้องก็ทำดูน่าสนใจมากๆ

จอมอนิเตอร์ตั้งกันเป็นเรื่องปกติ ฉายวิดีโอตามที่เลือกได้

โปรเจคเตอร์ส่องบนพื้นเป็นตัวอักษรให้เอาเท้าเหยียบเลือกได้ มีเซนเซอร์ตรวจจับ แล้วฉายวิดีโอตามที่เลือก

เส้นที่ 38 ยังเป็นเครื่องย้ำเตือน มีให้เห็นในหลายๆ พิพิธภัณฑ์

อัตราส่วนธงชาติเกาหลีใต้แบบเป๊ะๆ

ของประจำชาติ

หนังสือสอนให้เคารพญี่ปุ่น (เกาหลีใต้เคยอยู่ในการปกครองของญี่ปุ่น)

หนังสือเรียนวิชาไฟฟ้า

ส่งออกแรงงาน ผู้ชายทำเหมือง ผู้หญิงเป็นพยาบาล อยู่ต่างแดน

1985 Here Comes Korea, Inc.
1977 The Korean Are Coming!

อ่านเยอะๆ เรียนเยอะๆ ทำเยอะๆ GDP เพิ่มขึ้นทุกปีๆ

ไม่ว่าจะสร้างโทรทัศน์ รถยนต์ หรือแม้แต่เรือ ก็สร้างได้

จำลองห้องประธานาธิบดี

ความสำเร็จของเกาหลีใต้ในแต่ละปี – ปี 2010 ได้รับเลือกให้จัดโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่เมืองเปียงชาง

ได้จัดกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อนตั้งแต่ปี 1988

K-POP ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกาหลีใต้พัฒนาขึ้น

ขาดไม่ได้คือเรื่องเทคโนโลยี ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์, แรม, คอมพิวเตอร์, โทรทัศน์ และโทรศัพท์มือถือ

เดินออกมาบนอาคารมีส่วนเอาท์ดอร์บางจุด มีเก้าอี้และสวนเล็กๆ อีกฝั่งเป็นร้านกาแฟมองไปให้ภูเขาด้านหลังวังสวยดี

พิพิธภัณฑ์นี้แสดงสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปี จนถึงปัจจุบัน ไม่ได้แสดงแค่ประวัติศาสตร์เก่าๆ ก็เลยทำให้ดูน่าสนใจเพราะมันเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงในยุคเรา

National Museum of Korean Contemporary History more: Gallery, Detail

8. Samsung d’light (삼성전자 홍보관(딜라이트)

Samsung d’light ไม่เชิงเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่เห็นบางป้ายที่นั่นก็เขียนว่าเป็น Museum ก็เลยจัดไว้อยู่ในหมวดนี้เลยแล้วกัน เรียกง่ายๆ ก็คือที่ “โชว์ของ” ของ Samsung (ซัมซุง หรือจะเรียกแซมซัง ก็แล้วแต่)

Samsung ในปัจจุบันเรียกว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก ในไทยส่วนใหญ่ที่รู้จักก็จะเป็นผลิตภัณฑ์จำพวกโทรศัพท์มือถือ, โทรทัศน์, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค, แท็บเล็ต และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ แต่จริงๆ Samsung ทำมากกว่านั้น เช่น ประกันภัย และอื่นๆ แต่สำหรับ Samsung d’light ก็จะเน้นแค่ผลิตภัณฑ์ของ Samsung electronic ของที่พวกเราคุ้นเคยเป็นอย่างดี

กล้องดิจิตอล

โทรทัศน์จอแบนบางใหญ่ (เหมือนจะยังไม่เปิดตัวมั้ง)

โทรศัพท์มือถือ Galaxy S4 พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงเข้าโทณทัศน์

การผลิตจอมอนิเตอร์

จำลองใช้ร่วมกันเพื่อความบันเทิงภายในบ้าน

เครื่องซักผ้า ตู้เย็น แบบสั่งงานทางไกลได้

หลังจากโชว์ของแล้ว ที่ชั้นใต้กินก็มี Samsung d’light shop เอาไว้ขายของด้วย😛

Samsung d’light more: Gallery, Detail

9. SK T.um

SK T.um หรือชื่อเต็มๆ ว่า SK Telecom Ubiquitous Museum เรียกได้ว่าเป็นการโชว์เทคโนโลยีของ SK telecom ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ (ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าที่นี่)

เมื่อไปตามเวลาที่ลงทะเบียนจองไว้ก็จะมีเจ้าหน้าที่ ที่พูดภาษาอังกฤษดีมาก (ดีจริงๆ ไม่ได้ประชด) มาคอยแนะนำตลอดการเข้าไปด้านใน พร้อมกับได้โทรศัพท์มือถือมาใช้ทัวร์ชั่วคราว (Galaxy S2)

ก่อนจะเข้าสู่ด้านใน จะมีเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปให้เป็นที่ระลึก และให้รูปที่ล้างแล้วหลังจากออกมา (ไม่เสียเงิน) พร้อมไฟล์ภาพที่ทำกิจกรรมด้านในส่งมาผ่านอีเมล์

เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ได้ใหม่มาก แต่คนปกติทั่วไปก็ยังไม่ได้ใช้กัน ก็ถือว่าได้ไปลองดูอะไรใหม่ๆ ที่เคยอ่านในอินเตอร์เน็ต

เอามือถือวางไว้บนจอ แล้วจอมูลต้างๆ ก็จะออกมา สามารถทัชบนจอได้เลย ในภาพเลือกเพลงแล้ว โปรเจคเตอร์ฉายเล่นบนจอใหญ่อีกที

auto driving ระบบขับขี่อัตโนมัติ พนักงานให้เข้าไปในรถจริงๆ แล้วแล่นโยกซ้ายโยกขวา ตามถนนกราฟฟิค

จะซื้อ จะแต่งตัวอย่างไรดี ที่นี่มีคำตอบ ให้เข้าไปแสกนร่างกายแล้วสร้างเป็นอนิเมชั่นเลือกเสื้อผ้าใส่ได้

4G LTE

น่าจะเป็นการขับรถจริงๆ ผ่านคอนโซลนี้เลย (พนักงานไม่ได้พูดถึงตรงนี้ แค่เดินผ่านเฉยๆ)

SK T.um more: Gallery, Detail

นอกจากนี้ยังมีตึกพิพิธภัณฑ์ที่เคยผ่านแต่ไม่ได้เข้าอีก 2 ที่ น่าเสียดายคือที่

10. Seoul Museum of Art (서울시립미술관)

Seoul Museum of Art ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ City Hall ตอนนั้นไปหน้าร้อน ไปถึงหน้าตึกก็ถึงเวลาปิดพอดี เนื่องจากช่วงกลางวันยาวกว่ากลางคืน เดินเพลินจนไม่รู้ว่าสองทุ่มแล้ว ฉะนั้นการดูเวลาตลอด และการจดจำวันเวลาทำการของแต่ละสถานที่ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

11. Central Museum of Kyunghee University

มหาวิทยาลัยคยองฮีเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยมาก ไปเที่ยวชมโดยไม่รู้ว่าแต่ละตึกคืออะไรเลยพลาดพิพิภัณฑ์นี้ที่อยู่ในตึกรวมกับหอสมุด

นอกจาก Central Museum of Kyunghee University แล้วยังมี Kyunghee University Natural History Museum อีกด้วย

แม้ว่าคุณจะไม่ใช่พวกชอบเดินพิพิธภัณฑ์ แต่เราก็แนะนำให้คุณลองไปมหาวิทยาลัยคยองฮีดู เพราะอาคารสร้างแบบยุคเรเนซองส์สวยมากๆ

Kyung Hee University more: Gallery, Detail

จบเอนทรี่ยาวมาก และเยอะมาก โดยเฉพาะรูป แต่เพียงเท่านี้

ลองดูนะคะ ถ้าคุณจะได้ไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ลองไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์พวกนี้ถ้าไม่รู้จะไปที่ไหน หรือถ้าชอบแนวเดินพิพิธภัณฑ์อยู่แล้วก็ แนะนำเลยค่ะ

——————————————-

ดูภาพอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ได้ที่ flickr > Collections > Landscape

One thought on “Review Seoul’s museums – เที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่เกาหลี

  1. LyN

    สุดยอดค่ะ ข้อมูลครบถ้วนมากๆ ไว้จะลองไปเยี่ยมชมดูนะคะ

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s