ท่องสิงคโปร์ (Singapore) ด้วย BMW (Bus-MRT-Walk)

ไปสิงคโปร์เมื่อปลายปีที่แล้วเป็นครั้งแรก หลายคนคงนึกว่าสิงคโปร์เป็นเมืองปรุงแต่ง เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างยุคใหม่ ซึ่งก็จริง! เท่าที่มองคือเป็นเมืองสร้าง คิดดูว่าถ้ามีเกาะเล็กๆ อยากสร้างเมืองจะสร้างยังไง ถมดินลงทะเลไปเยอะๆ เพิ่มพื้นที่ แล้วก็สร้างๆๆๆๆ สร้างอาคารสำนักงาน, ตึกสูง, บ้าน, อพาทเมนต์, รถไฟ, ถนน, สวนสนุก และชวนคนทุกเชื้อชาติเข้ามาตั้งรกราก และลงทุน ประมาณนั้น ฉะนั้นสิงคโปร์ในสายตาข้าพเจ้า (เขียนซะทางการ) ก็เสมือนเมืองที่ได้รับการพัฒนาสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง แบบเมืองเลโก้แบบนั้นเลย

ส่วนคำว่าเดินทางด้วย BMW นั้นมีคนสิงคโปร์บอกมาหลังจากลงรูปไปแล้วเค้าบอกมาว่าเรียกว่า BMW เก๋ดีเนอะ

singapore

0. ก่อนไปสิงคโปร์

ก่อนที่จะไปเที่ยวสิงคโปร์ก็มีสิ่งที่ต้องเตรียมอยู่ไม่กี่อย่าง ก็เป็นหลักในการเที่ยวต่างประเทศทั้งนั้น เช่น

  1. หนังสือเดินทาง หรือ passport ซึ่งคนไทยสามารถถือหนังสือเดินทางไทยเข้าประเทศสิงคโปร์ได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 30 วัน
  2. เงินดอลล่าห์สิงคโปร์ (SGD, S$) เรทโดยประมาณคือ 1S$ = 25 บาท แลกที่ไทยก็ได้ (ปกติแลกที่ Super Rich) หรือจะถือเงินไทยไปแลกที่สิงคโปร์ก็ได้ ไปแลกที่มุตตาฟาเรทดีกว่าไทย แต่ก็ต้องมีเงินสิงคโปร์ติดตัวไปสักนิด เพื่อเดินทางไปมุตตาฟา
  3. โรงแรม ก็แล้วแต่ว่าจะจองก่อน หรือ walk-in แต่ก็เลือกจองก่อนดีกว่า เลือกทำเลที่เดินจากสถานีรถไฟได้ เทียบราคา และความคุ้มแล้ว คือห้องพักต้องสะอาด, สบายระดับนึง แต่ราคาก็ไม่แพงมาก เลยเลือก Hotel81 Lucky เป็นโรงแรมเลยมีห้องน้ำในตัว, มีทีวี, มีแม่บ้านทำความสะอาด, เครื่องใช้ครบ แต่ตั้งอยู่ในย่านเกลัง(Geylang) ซึ่งเป็นย่านโสเภณีถูกกฎหมาย ตกดึกก็จะมีสาวน้อย สาวใหญ่ สาวรุ่นป้ายืนอยู่ริมถนน แต่ก็ไม่มีอะไร เดินผ่านได้ปกติ มีแขกอยู่เยอะ แต่ก็ไม่เยอะเท่าบูกิส ถ้าค้นหาโรงแรมราคาถูกก็จะพบว่าจะตั้งอยู่ที่เกลังซะเยอะ
  4. ตั๋วเครื่องบิน มีหลายสายการบิน และแน่นอนว่ามีการแข่งขันค่อนข่างสูง โปรโมชั่นแข่งกันบ่อย เช่น Jetstar , Scoot เป็นต้น
  5. เสื้อผ้า ไม่ต้องไปหาซื้อเสื้อผ้าอะไรพิเศษเพื่อไปใส่ที่สิงคโปร์ เพราะอากาศก็เหมือนๆ ไทย คือ “ร้อน” ดูพยากรณ์อากาศไปล่วงหน้าก็ดี ว่าจะมีฝนตกมั้ย ถ้ามีก็เอาร่มไปด้วย
  6. เครื่องใช้ อย่าลืมเตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟไป เพราะบางโรงแรมไม่ได้ใช้รูแบบยูนิเวอร์แซล ถ้ารูของเต้ารับสิงคโปร์ทั่วไปจะเป็นแบบ 3 รูเหลี่ยมๆ แบบนี้
  7. App ที่ใช้จัดการเส้นทางการเดินทาง Google Maps ตัวเดียวอยู่
  8. แผนที่สถานที่ต่างๆ ใน สิงคโปร์ บน Google Maps ของเรา ได้เผื่อจะใช้เป็นประโยชน์ได้
  9. รูปภาพที่ถ่ายตอนไปสิงคโปร์ครั้งที่แล้วของเรา

1. เหยียบแผ่นดินสิงคโปร์

แน่นอนว่านั่งเครื่องบินมาสิงคโปร์ ลงที่สนามบินชางกี ยังไม่ได้นั่ง Bus หรือ MRT กัน พอดีถึงดึกมากคือเที่ยงคืนกว่า รถไฟเข้าเมืองหยุดวิ่งแล้ว

เนื่องจากสนามบินชางกีได้รับการโหวตว่าน่านอนที่สุดในโลก ฉะนั้นเราก็เลยนอนที่สนามบินเนี่ยแหละ ก็ได้แต่ Walk ในสนามบินชางกี ซึ่งมี 3 Terminal ต้องนั่งรถไฟเวียนภายใน (ยังไม่ออกจาก ตม.)

สรุปแล้ว Terminal ที่น่านอนสุดคือ Terminal 2 มีโซฟา, เก้าอี้ยาว, เก้าอี้เอน, เกาอี้ธรรมดา มีปลั๊กให้เสียบ, ไวไฟฟรีให้ใช้, น้ำดื่มฟรี, ห้องน้ำสะอาด สบายเลย สรุปนอนตอนประมาณตี 2 ตื่นมา 8 โมงเช้าเพราะเสียงเด็กวิ่งเล่นกัน

แต่ถ้าคุณมีสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องคุณก็ต้องออกจาก ตม. เพื่อไปเอากระเป๋านะคะ แล้วไปนอนด้านนอก ตม. เอา (ถ้าจะนอน)

ตม. สิงคโปร์ก็ถามนิดหน่อยเป็นภาษาอังกฤษว่าเครื่องลงเมื่อไหร่ ก็บอกว่าเมื่อคืน แล้วนอนในนี้ ถ้าเครื่องลงที่ Terminal ไหน ก็ต้องออกตม. Terminal นั้น

2. เข้าเมืองสิงคโปร์ด้วย MRT

สิ่งที่ควรมีเมื่อจะใช้ MRT และ LRT หรือรถไฟฟ้าในสิงคโปร์คือ แผนที่ จะเป็นกระดาษที่หยิบมาจากโบรชัว หรือจะเป็นแผนที่ในมือถือก็ได้ แผนที่ MRT สิงคโปร์นั้นดูง่าย และทั่วถึง อีกทั้งยังสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้

แผนที่รถไฟฟ้าในสิงคโปร์ อัพเดทเดือนสิงหาคม ปี 2014

แผนที่รถไฟฟ้าในสิงคโปร์ อัพเดทเดือนสิงหาคม ปี 2014

ส่วนบัตร EZ link ซึ่งเป็นบัตรที่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารทั้ง MRT, LRT, Bus และอื่นๆ ได้ ซื้อได้ที่เคาท์เตอร์สถานี MRT ในสนามบิน (ซื้อบัตรต่อเที่ยวก็ได้ แต่ถ้าจะไปเที่ยวหลายที่ก็ซื้อ EZ link ไปเลยเพื่อความสะดวก)
ราคาตั้งต้นที่ S$15 = ค่าบัตร S$5 + ค่ามัดจำบัตร S$3 (ถ้าคืนบัตรจะได้คืน) + ค่าเงินในบัตรที่ใช้ได้จริง S$7 วิธีใช้ก็แตะเข้า-แตะออก สบายๆ

นั่งรถไฟเข้าเมืองก็สบาย แต่ต้องลงไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี Tanah Merah แล้วก็ต่อสายเขียวเข้าเมืองอีกที ก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ พอถึง Aljunied ก็ออกจากสถานี แล้วก็เดินๆๆๆๆๆ ทางเท้าที่นี่ค่อนข้างดี และพื้นก็ไม่เป็นเดินสูงชันแบบเกาหลี ทำให้เดินสบาย แต่เหนื่อยง่ายเพราะอากาศร้อน

ภายในสถานี MRT

มีจอบอกเวลารถไฟที่กำลังมาถึง ด้านนอกก่อนจะแตะบัตรเข้าไป

รอรถไฟ
mrt

แผงแสดงสถานีในขบวนรถไฟ บอกด้วยว่าจะต้องออกประตูฝั่งไหน
mrt

3. เที่ยวในเมืองสิงคโปร์ด้วย MRT และ เดินที่ Chinatown

ไชน่าทาวน์ หรือชุมชนคนจีนในสิงคโปร์ ก็ลงสถานี Chinatown ตอนเดินเที่ยวก็เดินตามที่แพลนไว้ใน Google Place สะดวกสบายสุดๆ แต่โคตรร้อน เสื้อชุ่มเหงื่อมาก…

chinatown singapore
chinatown singapore

ในย่านคนจีนก็มีวัดฮินดูที่เก่าแก่ที่สุด นั่นคือ วัดศรีมาริอัมมันต์ (Sri Mariamman Temple)

Sri Mariamman Temple

เดืนไปอีกหน่อยก็เจอไฮไลท์ของไชน่าทาวน์นั่นคือ วัดพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ชั้นบนด้วย (The Buddha Tooth Relic Temple and Museum) เข้าวัด และพิพิธภัณฑ์ฟรี แถมมีตู้น้ำเปล่าให้กดกินฟรีด้วย แอร์เย็นอีกตังหาก

Buddha Tooth Relic Temple
The Buddha Tooth Relic Temple and Museum

จากนั้นไปกินข้าวมันไก่ Tian Tian ในศูนย์อาหาร Maxwell ที่อยู่ตรงข้ามกับวัดพระเขี้ยวแก้ว ที่แทบทุกรีวิวของคนไทยที่ไปสิงคโปร์ต่างแนะนำร้านนี้ แบบห้ามพลาด! ไปกิน 2 คน สั่งไก่ครึ่งตัวเลย คิดว่าต้องอร่อยเทพแน่ๆ เพราะคนไทยทุกคนบอกว่ามันอร่อยสุดยอด มากกว่าข้าวมันไก่บ้านเราเป็นไหนๆ พอลองกินปุ๊บ… นี่อร่อยเหรอ… น้ำจิ้มไม่อร่อย ส่วนตัวไก่แน่นดี เพราะไม่ได้เอาบังตอทับแบบที่ไทย นอกนั้นก็เฉยๆ เอาเป็นว่าผิดหวัง ความอร่อยเท่าข้าวหน้าเป็ดที่เกลังตอนเช้า ที่กินพออิ่ม

ส่วนราคาจำไม่ได้แล้ว แต่ก็แพงตามค่าครองชีพที่สิงคโปร์ ข้าวจานละประมาณ 4S$ – 7S$ ส่วนน้ำแทบทุกร้านต้องจ่ายเงินเพิ่ม ไม่มีน้ำเปล่าฟรี ผ้าเช็ดมือส่วนใหญ่ก็เสียเงินเพิ่ม

4. เที่ยวในเมืองสิงคโปร์ด้วย MRT และ เดินที่ Marina Bay

ย่านที่ฮิตที่สุดของสิงคโปร์นั่นคือ อ่าวมารีน่า (Marina Bay) รอบนี้ไปลงที่สถานี Raffles Place แล้วเดินเล่นที่วนรอบตึก Fullerton และ Cavenagh Bridge ก่อนจะเดินเล่นเลาะรอบอ่าว

fullerton

จุดเด่นของอ่าวมารีน่าก็คือ รูปปั้นสิงโตทะเล (Merlion), โรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) กับ พิพิธภัณฑ์ศิลป์และศาสตร์ (ArtScience museum) และ Gardens by the Bay เยอะเนอะ…

สิงโตทะเลตัวแม่ หันหน้าเข้าหาอ่าวมารีน่า

merlion

สิงโตทะเลตัวลูก หันหลังให้ตัวแม่ ส่วนตัวพ่ออยู่ที่เกาะเซนโตซ่า

merlion

Marina Bay Sands กับ ArtScience museum (ใช้ชื่ออังกฤษแล้วกัน)

marina bay

ด้านหลัง Marina Bay Sands มี Gardens by the Bay ซึ่งมี Supertree Grove ทำตามแบบภาพยนตร์เรื่อง Avatar ซึ่งจะมีโชว์แสงสีเสียงด้วย สามารถดูได้จากบนตึกโรงแรม Marina Bay Sands หรือจะเข้าไปดูใน Gardens by the Bay ก็ได้ (หยิบ Gardens by the Bay ไปเล่าในอีกข้อนึงแยกไปเลยดีกว่า)
Supertree Grove
Supertree Grove

ด้านหน้าของ Marina Bay Sands ก็มีโชว์แสงสีเสียง พร้อมเลเซอร์ด้วยเหมือนกันชื่อ Wonder Full show ตรงนี้ถ้าอยู่หน้าโรงแรมก็จะได้ดูโชว์ แต่ถ้าอยู่ฝั่งตรงกันข้ามก็จะได้ดูตึกเป็นสีๆ แทน
wonder full show
marina bay

เดินต่อมาได้จาก Marina Bay Sands เป็น Helix Bridge สะพานสายพันธุกรรม (DNA) เห็นคนมาเดิน และวิ่งออกกำลังกายกันมากมายที่นี่
Helix Bridge
marina bay

เดินมาอีก (ใกล้ครบทั้งอ่าวแล้ว) จะเจอกับ The Float @ Marina Bay สนามฟุตบอลลอยน้ำ ที่มีแสตนด์หลากสีอยู่บนบก ที่นี่เคยจัด SM Town Live World Tour III ด้วย อีกภาพเป้นมุมมองจากอีกฝั่งนึงจะเห็นชิงช้าสวรรค์
Singapore Flyer ด้วย
The Float
The Float

ตึกทรงหนามทุเรียนแห่งนี้คือ Esplanade เป็นโรงละคร
Esplanade

เดินรอบอ่าวมาริน่าครบรอบ ระยะทางทั้งหมดประมาณ 4 กิโลเมตร

5. Gardens by the Bay

ลงที่สถานี Bayfront จะใกล้สุด ถ้าเดินมาจาก Raffles Place ก็ไกลหน่อย ผ่านสถานทีแบบหัวข้อที่แล้ว เป็นสวนที่มีพืชพันธุ์หลายชนิด อยู่ด้านหลัง Marina Bay Sands มีทั้งส่วนเสียเงิน และไม่เสียเงิน ซึ่งไปแต่ส่วนที่ไม่เสียเงิน ก็กว้างมากพอแล้ว ที่นี่มีห้องน้ำสะอาด และที่กินน้ำให้กินฟรีด้วย สวรรค์มากๆ ไฮไลท์ที่นี่คือ Supertree Grove เดินไปมีทั้งสวนแบบจีน และแบบต่างๆ ขึ้นลงเนินมากมายสนุกดี

Gardens by the Bay
Marina Bay Sands
Gardens by the Bay
Gardens by the Bay

ด้านข้างบน Supertree Grove มีสะพานให้เดินด้วยแต่เสียเงิน ฉะนั้นเลยอยู่แต่ข้างล่าง แหงนมองความสวยงามได้เหมือนกัน แต่ไกลกว่านิดนึง

Supertree Grove
Supertree Grove

6. เที่ยวสวนสนุก Universal Studios Singapore

ยังคงใช้บริการ MRT เหมือนเดิม แม้ว่าจะคิดว่าเดินจากที่พักมาสถานีค่อนข้างไกล (ตอนแรกก็ไมได้รู้สึกว่าไกล แต่พออากาศร้อนก็รู้สึกว่าไกลทันที) และเดินเปลี่ยนสายรถไฟไกลก็ตาม ลงสถานี HarbourFront แล้วนั่งรถไฟข้ามมายังเกาะเซนโตซ่า (Sentosa) ที่มี ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studios Singapore) ตั้งอยู่ ส่วนบัตรไปซื้อก่อนหน้านี้แล้วที่ไชนาทาวน์ร้าน Trans-wind ซึ่งราคาถูกที่สุดเท่าที่เทียบมา

สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก วันที่ไปเป็นวันธรรมดาคนไม่เยอะ เข้าเล่นเครื่องเล่นแทบไม่ต้องรอ (รอมากที่สุดคือ 20 นาที) ใหญ่ และเดินง่ายมาก อาคารก็ทำดี สนุกมากกกกกกกกกกกกกก เทียบความสนุกกับ โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) แล้วคนละเรื่องเลย ดิสนีย์แลนด์นี่เครื่องเล่นเด็กน้อยมาก แต่ยูนิเวอร์แซลจะออกแนววัยรุ่นผาดโผนมากกว่า ที่ชอบที่สุดคือ Transformer มันส์มาก ส่วนที่หวาดเสียวสุดยกให้ Mummy

สแปมด้วยรูป
Universal Studios Singapore
transformer
uss
uss

Universal Studios Singapore ใช้เวลาไปทั้งวัน ตกเย็นก็ไปลองดูชายหาดเซนโตซา ชายหาดของสิงคโปร์ดูบ้าง ก็เฉยๆ ไม่มีอะไรพิเศษ

7. เริ่มต้นใช้รถประจำทาง Bus

หลังจากเที่ยว Universal Studios Singapore และออกจากเกาะเซนโตซ่ามายังห้าง Vivo City ซึ่งมีสถานี MRT HarbourFront แล้วระหว่างกินข้าวก็รู้สึกว่าไม่อยากนั่ง MRT แล้วเพราะเหนื่อยมาก ไม่อยากเปลี่ยนสถานี ไม่อยากเดินจากสถานีกลับโรงแรม เลยลองใช้ Google Maps ดู เผื่อจะมีรถประจำทางวิ่งจากจุดที่อยู่ไปใกล้โรงแรม ซึ่งปรากฎว่า มี!! เวลาเดินทางต่างกันนิดเดียว ลงเดินน้อยกว่าด้วย (น่าจะดูตั้งแต่แรก…………..)

27-8-2557 21-52-31

ค้นพบว่ารถประจำทาง หรือ บัส ในสิงคโปร์นั้นมีทั้งแบบชั้นเดียว และ 2 ชั้น ในแอร์ และสบายมาก ใช้บัตร EZ Link แตะบัตรจ่ายเงินได้เลย แถมจุดจอดยังใกล้เคียงสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่าสถานีรถไฟ นับตั้งแต่ค้นพบว่าการนั่งบัสในสิงคโปร์มันสบายเช่นนี้ นับจากนี้เราก็ใช้บริการบัสเกือบตลอด ยกเว้นตอนไปสนามบินกลัวจะเลท (ปกติบัสสิงคโปร์ไม่เลท แต่กันไว้ก่อน)

ภายในหน้ารถบัส EZ Link แตะจ่ายเงินได้เลยที่แท่นเขียวๆ กล่องส้มๆ คือถ้าจะจ่ายค่าโดยสารด้วยเงินสด
bus

8. รับแขกที่ Bugis

รับแขกที่ว่าเป็นมุกเฉยๆ เพราะย่านที่ไปคือ บูกิส (Bugis) เป็นย่านที่มีแขก ที่เป็นชาวพราหมณ์,ฮินดู และอิสลามอาศัยอยู่เยอะ ที่นี่มี MRT สถานี Bugis แต่ก็เลือกเดินทางโดยบัสอยู่ดีเพราะเดินน้อยกว่า ย่านนี้ก็มีทั้งมิสยิด, วัดฮินดู รวมถึงโบสถ์ด้วย บ้านเรือนส่วนใหญ่ทาสีสดใส และดูใหม่มาก (เหมือนเคยอ่านเจอว่า รัฐบาลบังคับให้ทาใหม่อยู่เสมอ อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ)

bugis
bugis
bugis
bugis
bugis

ที่บูกิสเจอแขกเยอะมากๆ และมีห้างสรรพสินค้าที่ราคาถูกมากกว่าที่อื่นๆ ในสิงคโปร์นั่นคือ มุตตาฟา (Mustafa Centre) มีทั้งส่วนของซุปเปอร์มาเก็ต ที่มี ขนม, ช็อคโกแล็ต, ของฝากอื่นๆ ไปจนถึงทอง และเครื่องเพชร เยอะมากๆ มี 2 ตึกใหญ่ๆ

mustafa

ทางม้าลายที่สิงคโปร์จะเป็นจุดสี่เหลี่ยม

9. บุกป่าฝ่าดงที่ Southern Ridges

Southern Ridges เป็น National Parks ของสิงคโปร์มีบริเวณกว้างมาก ซึ่งจุดเด่นคือมีถนนตัดผ่าน และมีสะพานให้ข้ามระวห่างสวนกับถนนต่อกันไปเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละสะพานก็มีดีไซน์แตกต่างกันไป

มาจากโรงแรมด้วยบัสเช่นเดิมลงที่ใต้สะพาน Henderson Waves ตอนแรกวางแผนว่าจะไปสะพานให้ครบตามไกด์ของ Southern Ridges แต่ถอดใจที่ครึ่งทางเพราะร้อนเกินไป (ดูจากรีวิวส่วนใหญ่คนไทยก็ไปกันแค่ Henderson Waves)

ป้ายบอกทางหลายภาษา

เริ่มด้วยสะพาน Henderson Waves เป็นสะพานที่ดีไซน์เป็นเกลียวอยู่สูงเหนือถนน เนื่องด้วยไปตอนกลางวัน แต่ตอนกลางคืนที่นี่จะมีการเปิดไฟ จึงเอาภาพจาก nexttriptourism มาประกอบเป็นภาพแรกด้านล่าง
Henderson Waves Bridge

เดินๆๆ

Hilltop Walk – Telok Blangah Hill Park
Hilltop Walk

เราอยู่ข้างบนสูงระดับนึง เพราะจากที่เดินขึ้นมาจาก Henderson Waves แล้วเดินขึ้นมาบน Telok Blangah Hill Park อีก เทียบกับตึกลิบๆ

เดินต่อมาที่ Forest Walk สวยดีๆ เป็นชั้นๆ สลับไปสลับมา ตอนแรกก็สวยดี เดินไปนานแล้วรู้สึกว่ามันไม่จบไม่สิ้นสักที ร้อนมากกกกก….
Forest Walk
Forest Walk

พอข้าม Alexandra Arch ก็พอแล้ว เพียงพอแล้ว เหงื่อท่วมตัวแล้ว ตัวไหม้แล้ว Alexandra Arch นี่เฉยๆ มาก แอบสกปรก มีขยะด้วย แต่ตอนกลางคืนเหมือนจะเปิดไฟสวยไปอีกแบบ
Alexandra Arch

ข้างล่างเป็นถนน

10. สิงคโปร์โดยสรุป

  1. อาหารเหมือนอาหารจีนทั่วไป ที่หากินได้ในไทย แต่แพง
  2. อาหารแขกอย่างมะตะบะ, ข้าวหมกไก่ ที่ว่าอร่อยก็เฉยๆ และแพง
  3. น้ำแพง
  4. น้ำปะปากินได้ แต่รสชาติแปลก
  5. ของแพงก็เพราะค่าครองชีพเค้าสูง แต่รู้สึกว่าความอร่อย และจำนวนไม่คุ้มถ้าเทียบกับเกาหลี หรือญี่ปุ่น
  6. ทางม้าลายไม่เป็นเส้น แต่เป็นจุด
  7. บ้านเมืองสะอาด ถ้าเทียบกับไทย (แต่โตเกียวสะอาดกว่านะ)
  8. ระบบขนส่งมวลชนดี ทั้งรถไฟ, รถเมล์
  9. แท็กซี่ไม่ได้นั่ง เห็นว่าแพงมาก
  10. รถไม่ค่อยติด
  11. สวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียวเยอะ
  12. คนแขกเยอะกว่าคนจีน
  13. สื่อสารง่าย พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก อาม่าที่ดูแก่มากๆ ก็พูดอังกฤษได้
  14. ส่วนใหญ่ป้ายเป็นภาษาอังกฤษ
  15. มีร้านเซ็กซ์ช็อป
  16. อาคารสวย และใหม่ หลายอาคารมีดีไซน์แปลกตา สนุกที่ได้เห็น
  17. อากาศร้อน แบบร้อนมาก แถมต้องเดินเยอะ (เพราะตารางเที่ยวตัวเอง)
  18. ไม่ได้ไปถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) เพราะไม่ได้คิดจะช้อป
  19. ประทับใจในสิ่งปลูกสร้าง
  20. USS มันส์นะ เหมาะสำหรับคนชอบเล่นเครื่องเล่น

สรุปสุดท้ายแล้วจริงๆ สิงคโปร์ ถ้าไม่เคยมา จะมาเที่ยวก็ดี แต่ไม่มาก็ได้ ถ้าได้มาฟรี แล้วเที่ยวก็ดีเลย

แล้วบทความนี้ต้องการสื่ออะไร? อยากสื่อให้คนเห็นสิงคโปร์มากขึ้น เห็นความเจริญ ทั้งที่สิงคโปร์ร้อนกว่า พื้นที่น้อยกว่าเรา
จริงๆ รู้สึกว่าเมืองไทยก็พัฒนาได้ อาจจะพัฒนาได้ดีกว่าสิงคโปร์ด้วยซ้ำ แต่เราหยุดพัฒนาไปตั้งแต่เมื่อไหร่… หรือเราอาจจะยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ…

เชื่อว่าคนไทยหลายคนคงไม่อยากได้ความเจริญรุ่งเรือง ไม่ได้อยากมีตึกสูงสวยเสียดฟ้า
แต่อยากได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งทางเท้า, ระบบขนส่งมวลชน, สวนสาธารณะ, ความสะอาด, การศึกษา และความปลอดภัย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s