ตามหาซากุระที่ญี่ปุ่น ที่ โตเกียว, โอซาก้า และเกียวโตเมื่อปีที่แล้ว

เชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศในฝันของใครหลายๆ คน คนไทยเราได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่นมามากมาย ทั้งการ์ตูน, เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์, รถยนต์ และอื่นๆ ตั้งแต่เกิด จนโตถึงปัจจุบัน เมื่อนักท่องเที่ยวไทยได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น 15 วัน ทำให้คนไทยไปญี่ปุ่นง่ายขึ้นเพราะถ้าต้องทำวีซ่าต้องส่งเอกสาร ซึ่งใช้เวลาพอสมควร และมีค่าใช้จ่าย รวมทั้งมีสายการบินราคาประหยัดเปิดให้บริการมากขึ้น คนไทยที่ปกติก็ไปญี่ปุ่นกันเยอะอยู่แล้วจึงไปกันมากกว่าเดิมเยอะ

แต่ประเทศญี่ปุ่นถึงจะไม่ลี้ลับ และไปง่ายขึ้น แต่หลายคนก็ยังหวาดกลัวในหลายๆ เรื่องทั้งการเดินทาง, การสื่อสาร และอื่นๆ รีวิวฉบับนี้เป็นการไปประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม คิดว่าคงให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคนที่ไม่เคยไปได้บ้าง

140330_003

จุดประสงค์สำหรับทริปนี้มีไม่กี่อย่าง คีย์เวิร์ดหลักๆ คือ

  1. โตเกียว (Tokyo)
  2. โอซาก้า (Osaka)
  3. เกียวโต (Kyoto)
  4. ภูเขาไฟฟูจิ (Fuji San)
  5. ชินคันเซ็น (Shinkansen)
  6. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)
  7. ซากุระ (Sakura / Cherry blossom)

การเตรียมตัว

นี่คือการตัดสินใจเมื่อต้นปี 2014 หลังจากศึกษาข้อมูลว่าจะไปช่วงไหนแล้วก็คือ

0.1 พยากรณ์ซากุระ

มีคีย์เวิร์ดดังด้านบนแล้ว ต่อมาก็ต้องคิดว่าจะไปช่วงไหน เพราะซากุระไม่ได้บานให้เราเห็นตลอด ดอกซากุระนั้นบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิสั้นๆ ส่วนใบไม้แดง หรือใบไม้เปลี่ยนสีจะเปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งฤดูทั้ง 2 นี้ในประเทศญี่ปุ่นแต่ละจังหวัดก็มีช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป
พบว่ามีเว็บทำนายช่วงซากุระบานที่ญี่ปุ่นเยอะมาก (รวมถึงเว็บทำนายช่วงใบไม้แดงด้วย) สามารถค้นหาด้วยประโยค “Cherry blooming forecast” รวมถึงข้อมูลสถิติในแต่ละปี ทำให้ง่ายต่อการวางแผน เว็บหลักๆ ที่ดูคือ JWA, Weather Map, n-kishou ส่วนซากุระบานสะพรั่งแต่ละที่เป็นอย่างไรดูที่ japan-guide

ช่วงการบานของดอกซากุระในแต่ละที่ในญี่ปุ่น จาก JWA

ช่วงการบานของดอกซากุระในแต่ละที่ในญี่ปุ่น จาก JWA

0.2 ตั๋วเครื่องบิน

จากการศึกษาสรุปได้ว่าหากจะไปดูซากุระที่โตเกียว, เกียวโต และโอซาก้าแล้วควรไปช่วง ปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน แต่เนื่องด้วยช่วงเมษายนค่าเครื่องบินตอนนั้นค่อนข้างแพงมาก จึงสรุปว่าเลือกช่วง 21 – 30 มีนาคม แทน ผลจากที่ไปมาก็ดีในระดับนึง แต่ถ้าขยับเป็นช่วง 28 มีนาคม – 10 เมษายน น่าจะสุดยอดกว่านี้

บินด้วยสายการบินเดลต้า (Delta) ซึ่งเป็นสายการบินของอเมริกาบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น บริการแบบบ full service บริการทั้งอาหารหลัก, ขนม, ไอศกรีม และอื่นๆ ที่ชอบที่สุดคือน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องได้คนละ 2 ใบ ใบละไม่เกิน 23 กิโลกรัม แปลว่าคนนึงโหลดกระเป๋าได้ 46 กิโลกรัม ส่วน Carry On ถือขึ้นเครื่องไม่จำกัดขอให้ยัดใส่ Carbin ได้ก็พอ (โทรสอบถาม Call Center มาเค้าบอกแบบนี้เลย) ตอนนั้นยังไม่มี Thai Asia X เปิดให้บริการ ทริปหลังๆ ก็เลือก Thai Asia X เพราะถูกกว่าเยอะ แลกกับเซอร์วิสที่น้อยลง

0.3 การเดินทาง รถไฟ และรถบัส

ข้อมูลการเดินทางต้องอ่านค่อนข้างเยอะ เพราะการเดินทางในญี่ปุ่นซับซ้อนมาก และราคาก็แพงด้วย บัตรแบบเหมา หรือ Pass จึงเป็นตัวเลือกในการเดินทาง เช่น JR Pass ที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟของ JR รวมถึงชินคันเซ็นได้ไม่จำกัด นอกจากจะมี JR Pass แบบทั่วทั้งประเทศแล้วก็ยังมี JR Pass แบบแยกแต่ละภูมิภาคด้วย ในจำนวนวันที่ซื้อ หรือ พาสอื่นๆ ในแต่ละเมืองก็ต่างกัน

JR แยกตามภูมิภาค http://www.japanrailpass.net/en/

JR แยกตามภูมิภาค  http://www.japanrailpass.net/en/

บัตรที่ซื้อในทริปซากุระก็จะมี

  1. JR Pass แบบ 7 วัน เพราะเพลนจะไปทั้งโตเกียวที่อยู่ในภูมิภาคคันโต และโอซาก้ากับโตเกียวที่อยู่ในภูมิภาคคันไซ จึงต้องแบบทั่วทุกภูมิภาค ตอนนี้ราคา 29,110 เยน JR Pass แบบนี้ต้องซื้อจากตัวแทนจากประเทศไทย ไปซื้อที่ญี่ปุ่นไม่ได้ (แต่ JR Pass แบบแต่ละภูมิภาคไปซื้อที่ญี่ปุ่นได้) ต้องซื้อจากตัวแทนแล้วจะได้เป็น Voucher เพื่อนำไปแลกบัตรจริงๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกที ซื้อแบบที่นั่งแบบ Ordinary (ถ้าเป็น Green จะเป็นที่นั่งหรู และแพงกว่า) ตอนนั้นซื้อในราคาประมาณ 8,000 บาท อ่านรายละเอียดได้ที่ japanrailpass.net รถไฟของ JR ตามแผนที่ Google Maps จะเป็นเส้นหนาขาวสลับเทา ส่วนชินคันเซ็นเป็นเส้นสลับฟ้า 2015-03-30_18-24-46
  2. Osaka Amazing Pass แบบ 2 วัน แม้ว่าจะมี JR Pass แล้วแต่การเที่ยวในโอซาก้านั้นมีค่าเข้า และส่วนใหญ่สะดวกถ้าเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินมากกว่า (รถไฟใต้ดินโอซาก้าไม่ใช่ของ JR รถไฟใต้ดินในโตเกียวก็ไม่ใช่ของ JR) ฉะนั้น Osaka Amazing Pass คือคำตอบหากต้องการท่องเที่ยวภายในตัวเมืองโอซาก้า ทั้งล่องเรือ, เข้าปราสาท, ชมสวนซากุระ, ขึ้นชิงช้าสวรรค์ และอื่นๆ เพราะบัตรนี้สามารถเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุ และใช้รถไฟใต้ดินได้ไม่จำกัดใน 2 วัน ราคา 3,000 เยน (มีแบบ 1 วันด้วยราคา 2,300 เยน) สามารถซื้อได้ตามสถานีใหญ่ๆ อ่านรายละเอียดได้ที่ osaka-info.jp
  3. Kyoto Bus Day Pass เกียวโตดังเรื่องวัด และวัดแต่ละที่ก็อยู่ค่อนข้างห่างไกลกัน ขนส่งมวลชนที่ใกล้วัดที่สุดคือ รถบัส หรือ รถเมล์ สามารถซื้อได้จากที่พักที่เกียวโต หรือจะซื้อกับคนขับรถบัสได้เลย รถบัสเกียวโตขึ้นจากด้านหลัง แล้วจ่ายเงิน หรือแสดงบัตรด้านหน้ากับคนขับ เที่ยวนึงราคา 230 เยน ฉะนั้นถ้าไปมากกว่า 1 วัดซื้อบัตรบัสเกียวโตแบบ 1 วัน ราคา 500 เยนใช้กี่เที่ยวก็ได้ ยังไงก็คุ้ม
    รถบัสที่เกียวโต

    รถบัสที่เกียวโต

    เส้นทางรถบัสดูง่ายๆได้จาก Google Maps บนรถบัสมีจอแสดงชื่อป้ายเป็นภาษาอังกฤษสะดวกมาก แต่ข้อด้อยกว่ารถไฟใต้ดิน (เกียวโตก็มีรถไฟใต้ดินนะ) คือรถบัสช้า และไม่เป็นเวลา บางครั้งก็คนขึ้นเยอะมาก อีกอย่างไฟแดงก็เยอะ จอดบ่อยมาก และขึ้นรถบัสแบบที่เป็นทัวร์หรือรถบัสพิเศษไม่ได้ อ่านรายละเอียด การเดินทางที่เกียวโต

  4. Suica + N’EX ตั๋วชุดนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว เล่าง่ายๆคือ N’EX เป็นรถไฟด่วนจากสนามบินนาริตะ  เข้าไปยังโตเกียว ต้องจองที่นั่งทุกครั้ง ตั๋วชุดนี้คือแบบ ไปกลับ+บัตรเติมเงิน Suica ที่มีเงินมาให้ในบัตรด้วย แต่ตั๋ว N’EX แบบใหม่ก็มีคือ ไป+กลับ ที่ราคา 4,000 เยน รายละเอียดที่ jreast.co.jp จริงๆ แล้วซื้อแยกเป็นเที่ยวก็ได้แต่แพงกว่า หรือซื้อรถไฟแบบอื่นๆ ก็ได้ จริงๆ N’EX ก็ใช้ JR Pass ได้แต่ตอนนั้นซื้อ เพราะไม่ได้เปิดใช้ JR Pass ในวันไป และวันกลับ
  5. Hyperdia นี่ไม่ใช่บัตรใดๆ แต่เป็นเว็บที่จะแสดงรายละเอียดการเดินทางที่ละเอียด และจำเป็นสำหรับผู้ที่ไปญี่ปุ่นแทบทุกคน ไปใช้ได้ที่ hyperdia.com

0.4 ที่พัก

พอซื้อ JR Pass ไปแล้วก็เหมือนถูกบังคับกลายๆ ว่าควรจะพักใกล้ๆ กับสถานีรถไฟของ JR ทริปนี้ลงทุนกับอย่างอื่นมากแล้วเลยต้องหาที่พักที่ไม่แพงมาก

สรุปว่าได้เป็น Khaosan Tokyo Ninja ที่โตเกียว และ K’s House ที่เกียวโต (วันที่เที่ยวในโอซาก้าค่อยขึ้นชินคันเซ็นไป 10 นาที) ซึ่งทั้งสองเป็นเกสเฮาส์ ที่ห้องเล็กมาก แต่สะอาด ส่วนห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม ใช้ร่วมกับคนอื่นภายในชั้น แต่แบ่งห้องอาบน้ำ และห้องส้วม (ไม่ได้โป๊กับคนอื่น) จองห้องแบบ 2 คนไป พบว่ามันก็อยู่ได้ และสะอาดดี แต่อึดอัด ทริปหลังๆ เลยจองโรงแรมไปเลยสะดวกกว่า และแพงกว่าไม่มาก แต่ส่วนใหญ่โรงแรมที่ไม่แพง และดีจะไม่ค่อยใกล้ JR (ที่ใกล้ JR ส่วนใหญ่แพง)

0.5 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

อินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ตัวเลือกในการใช้อินเตอร์เน็ตที่ญี่ปุ่นมีหลักๆ ไม่มากคือ

  1. ไวไฟฟรี ซึ่งมีตามโรงแรม และบางจุด เช่น ซึ่งบางที่ต้องลงทะเบียนก่อนเพื่อรับรหัส หรือลงแอพ เช่น FreeWiFi, wi2 หรือตามสถานีรถไฟ แต่ไม่สะดวกอยู่ดี แต่ก็พอประทังชีวิตได้ถ้าเกิดพลัดหลงกับเพื่อน
  2. ซิมเน็ต มีมากมาย เหมาะกับการไปคนเดียว เช่น So-net, b-mobile
  3. ไวไฟเราท์เตอร์ หรือ Pocket WiFi ซึ่งมีหลายๆ เจ้า ทั้งเจ้าที่ไทย และเจ้าที่ญี่ปุ่น ถ้าเป็นที่ไทยก็รับเครื่องที่ไทยได้เลยตามที่ตกลงกัน ถ้าเป็นเจ้าที่ญี่ปุ่นก็รับจากไปรษณีย์ที่สนามบิน หรือให้จัดส่งไปยังที่พัก ตอนคืนก็ใส่ซอง (ซองมีให้ในแพ็คเกจตอนรับเครื่องมา) แล้วหยอดตู้ไปรษณีย์ หรือส่งที่ไปรษณีย์กลับไป เจ้าที่เลือกคือ Global Advanced Communications เพราะไปหลายๆ วันแล้วราคาไม่แพงมาก คือ 10 วัน 6,450 เยนตกวันละ 180 บาท  แต่ทริปหลังๆ ใช้ bs-mobile.jp ของไทยไปเลยเพราะรับเครื่องได้ที่ไทย ถึงญี่ปุ่นแล้วใช้ได้เลย ไม่เสียเวลารับคืนเครื่องที่ญี่ปุ่น และพบว่าเครื่องมันก็แบบเดียวกับที่เคยเช่าที่ญี่ปุ่น สัญญาณก็เหมือนกัน ราคาก็ไม่แพงตกวันละ 200 บาท

นอกนั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว เช่น สมาร์ทโฟน, แบตเตอรี่สำรอง, โน็ตบุ๊ก, กล้องถ่ายรูป, ที่ชาร์ตต่างๆ

อีกอย่างที่ต้องรู้คือ เต้ารับญี่ปุ่นเป็นแบบขาแบนสองขา อุปกรณ์จากไทยเกือบทั้งหมดนำไปใช้ได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าอุปกรณ์ไหนใช้หัวที่ไม่ใช่สองขาเบนก็ต้องเตรียมรางปลั๊ก หรือหัวแปลงไปด้วย

ลุย!

วันแรก สั้นๆ ที่ Akihabara

ไปถึงนาริตะ กว่าจะขึ้นบัตร JR Pass ซื้อบัตร Suica+N’EX ก็ใช้เวลาเยอะพอสมควร เกือบๆ ชั่วโมง เพราะคนต่อแถวกันยาวมาก ถึงที่พักก็ใกล้มืดแล้ว เลยเดินไปย่านใกล้ๆ นั่นคือย่านอากิบะ หรือ อากิฮาบาระ แหล่งรวมโอตาคุในญี่ปุ่น แต่แค่ห้างโยโดบาชิ แล้วก็รอบๆ แล้วกลับ
140321_008

วันที่ 2 เดินริมแม่น้ำ Sumida ไปวัด Asakusa และสวน Ueno

ริมแม่น้ำสุมิดะจะเห็น Tokyo Skytree
140322_009
และแล้วก็ได้เจอซากุระ แม้มีไม่เยอะ และบานไม่เต็มที่แต่ก็สวยดี
140322_013
โคมแดง จุดเด่นของวัดโทไดจิ หรือวัดอาซาคุสะ
140322_037
คนญี่ปุ่นเลี้ยงสุนัขกันเยอะมาก และพาออกมาเดินเล่นตามวัด หรือสวนสาธารณะกันเยอะมากๆ น้องตัวนี้น่ารักดี
140322_043

จากวัดอาซาคุสะก็เดินไปสวนอุเอโนะ ใช่…เดินไป เพราะเป็น shortest path ถ้านั่งรถไฟมันจะอ้อมไปอ้อมมา แถมสถานีรถไฟที่ใกล้วัดก็ไม่ใช่ JR อีก ถ้าจะนั่งรถไฟก็ต้องจ่ายเพิ่ม (จากที่พักมาที่วัดอาซาคุสะก็เดินมา) แต่ญี่ปุ่นเดินง่ายเพราะเป็นที่ราบเดินเรื่อยๆ ก็ถึง อากาศก็เย็นดี

หน้าสวนอุเอโนะ นี่คือยังบานไม่เต็มที่
140322_055
แต่บางต้นก็บานจนใบสีเขียวออกมาด้วยแล้ว
140322_064
140322_078
เดินจากสวนอุเอโนะมาที่ตลาดอเมโยโก พบร้านหน้าปลาดิบราคาไม่แพง อร่อยดี
140322_081

เย็นวันที่ 2 ไปเกาะ Odaiba

แยกหัวข้อกันเพราะสถานที่ค่อนข้างห่าง และต่างเรื่องราว เกาะโอไดบะอยู่ในโตเกียวนี่แหละ มีสถานที่ก่อสร้างใหม่ๆ และเก๋ดี จุดประสงค์หลักคือ ไปเพื่อดูกันดั้ม!
140322_089
เทพีเสรีภาพก็มี
140322_094
สะพานนี้เค้าเรียกว่า สะพานสีรุ้ง Rainbow Bridge รุ้งตรงไหน….. มองตั้งนานมีอยู่ไม่กี่สี ไกลๆ นั่นคือ Tokyo Tower สะพานบานโพที่เกาหลีสวยกว่า
140322_097
ตึก Fuji TV
140322_085

วันที่ 3 ไปดูภูเขาไฟ Fuji ที่ทะเลสาบ Kawaguchiko

จุดดูฟูเขาไฟฟูจินั้นมีหลายจุด และมีหลายทะเลสาบ ที่ทะเลสาบ Kawaguchiko เป็นที่ที่คนไปกันเยอะเพราะไปง่าย และมีจุดชมวิวหลายจุด จากจุดสุดท้าย
140323_003

จุดกลางๆ 17 มั้ง
140323_006

ซูม
140323_008

ภูเขาไฟฟูจิ ใหญ่ดี ดูได้ไม่เบื่อ ใครจะไปก็ดูพยากรณ์อากาศดีๆ แบบดูเรื่อยๆ เลยว่ามีเมฆ มีฝนมั้ย ถ้ามีก็เปลี่ยนไปวันที่มีแต่แดด
140323_004

วันที่ 4 สวนสนุก Tokyo Disneyland

140324_012
เป็นที่ที่ต้องอุทาน ว่า คนโคตรเยอะะะะะะะะะะะะ เยอะแบบเยอะะะะะะะะะะะะะะะะะะ ใครจะมาก็อ่านรายละเอียดมาให้ดีๆ ซื้อบัตรมาก่อนเลย เครื่องเล่นบางอย่างกด Fast-Pass ได้ เป็นคิวแบบบอกว่าให้เรามาต่อตอนกี่โมงๆ
140324_020
เครื่องเล่นเด็กน้อยไปซะเยอะ ไม่ค่อยตื่นเต้น มีพาเหรดตอนเย็น เยอะดี อลังการ และสนุกดี
140324_032
140324_057
ปราสาทสวยดี
140324_068

วันที่ 5 ไป Kyoto เยือนศาลเจ้า Fushimi Inari แวะไป Osaka

ตื่นเช้ามา นั่งชิรคันเซ็นประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ถึงเกียวโต แล้วไปที่ศาลเจ้า Fushimi Inari เค้าบอกว่าเป็นศาลเจ้าที่มีเสาโทริอิเป็นหมื่นต้น สามารถเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขา แต่เดินนิดเดียวก็พอแล้ว เพราะเหนื่อย มีทั้งแบบเสาเล็ก
140325_041
และเสาใหญ่
140325_058
รถไฟ JR แบบธรรมดา
140325_082
แล้วก็ไปโอซาก้า แวะไปย่านชินไซบาชิ หรือจะเรียกว่า โดทงบูริ มีถนนช้อปปิ้งสามสายรวมๆ อยู่ด้วยกัน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือป้ายกูลิโกะ (ตอนนั้นเป็นป้ายเก่า)
140325_S006
ร้านอาหารใช้โมเดลใหญ่ๆ ล่อคน
140325_S013
ตอนค่ำเปิดไฟแล้วเป็นแบบนี้ คนถ่ายกันเพียบ
140325_S024

วันที่ 6 Osaka ในวันฝนพรำ

ตื่นเช้ามานั่งชินคันเซ็น (อีกแล้ว) จากเกียวโตมาโอซาก้า ค้นพบว่าตอนขากลับนี่เหนื่อยดี น่าไปนอนโอซาก้ามากกว่านอนที่เกียวโต ส่วนนี้ใช้บัตร Osaka Amazing Pass เที่ยวในเมืองโอซาก้าหลักๆ เป็นวันแรก วิวจากหอคอย Tsutenkaku
140326_013
หอคอย Tsutenkaku เห็นบ่อยๆ ในการ์ตูนญี่ปุ่น
140326_038
ย่านนี้ก็เป็นย่านการค้าเหมือนกัน ของถูกดีด้วย
140326_039
เสร็จแล้วไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ Hep-Five ชมวิวเมืองโอซาก้าอย่างต่อเนื่อง
140326_054
เสร็จแล้วเดินไป Umeda Sky Building ไปชมวิวอีก 555 ตึกนี้สวยดี
140326_059
โอซาก้ายามค่ำคืน
140326_066

วันที่ 7 Osaka อีกครั้ง เมื่อไม่มีฝน

ที่แรกคือปราสาทโอซาก้า เจอซากุระข้างหน้าเลย
140327_004
ซากุระสีขาว
140327_007
ซะกุระสีชมพูก็กำลังบาน
140327_021
ปราสาทโอซาก้า
140327_024
ซากุระพันธุ์ย้อย
140327_044
ซากุระอยู่รวมกันเป็นกลุ่มแล้วสวยดี
140327_042
จากนั้นไปล่องเรือ Santa Maria ที่อ่าวโอซาก้า
140327_093
ล่องนานดี ควรมา
140327_077
หลังจากลงเรือเหลือบไปเห็นสวนเล็ก เดินมาเจอซากุระ หรือบ๊วยหว่า
140327_100
ชมพูมาก
140327_107

วันที่ 7 Kyoto

เริ่มด้วยนั่งรถบัสไปวัดน้ำใส kiyomizu dera พบว่าหลังจากลงรถบัสแล้วยังต้องเดินขึ้นไปที่วัดไกล และชัน เหนื่อยมาก
140328_002
ไม่ได้ถ่ายมุมยอดนิยมมา เพราะไม่ได้เข้าไปในตัววัด วันนั้นซากุระบานอยู่นิดเดียว คิดว่าเข้าไปก็ได้ภาพวิวไม่สวย นี่คือดอกบ๊วย กลีบเยอะๆๆๆ
140328_007
บ๊วยใกล้ๆ
140328_008
นี่คือซากุระพันธุ์ย้อย
140328_009
ซากุระใกล้ๆ ยังบานไม่เต็มที่
140328_010
ไปวัดทอง หรือ Kinkaku-ji จุดเด่นคือตัววัดสีทอง
140328_025
จุดสุดท้ายที่เกียวโต คือหลังพระราชวังเกียวโต Kyoto Imperial Palace ถ้าจะเข้าไปด้านในวังต้องจองก่อน มีทัวร์เป็นรอบๆ แต่คิดแล้วไม่ทัน เลยเดินแค่สวนแล้วกัน และก้ไม่ผิดหวัง
140328_043
บานแล้วๆ
140328_050
ซากุระ
140328_041

วันที่ 8 กลับมา Tokyo อีกครั้งกับสวน Ueno

วันแรกๆ ที่มาซากุระที่นี่ยังบานนิดเดียว วันนี้กลับมาบานเยอะมาก ดีใจ
140329_002
ซากุระสีขาวก็สวยดี
140329_015
เป็นพวงก็สวย
140329_009
เยอะแยะ
140329_005

วันที่ 9 อลังการกับ Chidorigafuchi

Chidorigafuchi เป็นสวนอยู่หลังพระราชวังโตเกียว ซากุระเยอะมาก เสียดายที่วันนั้นฝนตก แต่ก็สุดยอดอยู่ดี
140330_007
140330_004

สรุป ทริปซากุระ โตเกียว โอซาก้า เกียวโต ฟูจิ ดิสนีย์แลนด์

  1. ญี่ปุ่นรถไฟโคตรเยอะ และจ่ายเงินแยกกัน
  2. ประตูสถานีรถไฟชวนงง ประตูเยอะมาก และมีชื่อเรียก บางทีก็เรียกเป็นทิศ
  3. ป้ายภาษาอังกฤษ ตัวเล็ก และน้อย แต่ก็ไม่ค่อยหลง (แต่ก็หลงบ้างนะ)
  4. ค่าเดินทางแพง แต่มีคุณภาพ ตรงเวลาซะส่วนใหญ่
  5. อาหารอร่อยเกือบทุกอย่าง
  6. ซูชิ ปลาดิบ เทพ! (ที่นี่ไม่เทพ ก็ไม่รู้ที่ไหนจะเทพแล้ว)
  7. คนญี่ปุ่นหลายคนมีเมตตา จิตใจดี แต่พูดอังกฤษไม่ค่อยได้
  8. ภาษามือ คือภาษาสากล ชี้ๆ ไปเถอะ
  9. Google Maps  และ Google Translate คือสิ่งที่ทำให้อยู่รอด
  10. คนที่อยู่ญี่ปุ่นจริงๆ เค้าเอาน้ำผ่านเครื่องกรองน้ำก่อน แต่ไปสั้นๆ กินน้ำปะปาไปก็ได้
  11. เดินทางหลายๆ เมือง ห่างกันเยอะๆ แล้วเหนื่อยมาก ทีหลังไปแยกแต่ละภูมิภาคเถอะ
  12. ฝนตกบางทีก็ตกหนักมากจนร่มหัก (แถมเป็นร่มที่พักด้วย….)
  13. เหรียญมีตั้งแต่ 1 เยน (30 สตางค์) ยัน 500 เยน (150 บาท) กว่าจะเป็นแบงค์ก็ 1000 เยน (300 บาท) แล้ว ฉะนั้นต้องเก็บเหรียญดีๆ ด้วย
  14. สาวญี่ปุ่นปัดขนตาบนรถด่วนพิเศษได้ (เชื่อว่าสาวไทยก็ทำได้เช่นกัน)
  15. ดึกๆ ในคนเมา กลับบ้านด้วยรถไฟ
  16. ช่วงเวลาคนไปทำงาน และเลิกงาน ทำให้รถไฟแออัดเหมือนเป็นปลากระป๋อง
  17. พนักงานเซอร์วิสดีมาก ต้อนรับขับสู้เสียงดังและดูจริงใจ
  18. โตเกียวชิดซ้าย โอซาก้าชิดขวา
  19. คนญี่ปุ่นปั่นจักรยานกันเยอะ บางจุดก็ปั่นบนฟุตปาธ
  20. ตอนหลางคืนได้ยินเสียงรถตำรวจ และรถฉุกเฉินบ่อยมาก
  21. คนญี่ปุ่นชอบใช้โทรศัพท์ฝาพับ
  22. รถไฟญี่ปุ่นมีคนขับ และคนอยู่ท้ายรถคอยส่งสัญญาณ ไม่ค่อยอัตโนมัติ
  23. ประตูเปิดปิดกั้นระหว่างชานชาลากับรถไฟส่วนใหญ่ไม่มี (แต่ตอนนี้เริ่มติดตั้งแล้ว)
  24. ร้านอาหารบางร้านเมนูมีแค่ตัวอักษร และราคาก็เป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านไม่ออก
  25. ดิสนีย์แลนด์ คนเยอะล้านแปด เครื่องเล่นก็เด็กเกินไป
  26. ทริปหน้าคือใบไม้แดง (ไปมาแล้ว)
  27. ไว้นึกอะไรออกจะมาเพิ่มอีกที

รวมภาพที่ไปญี่ปุ่นมา ทริปซากุระปีที่แล้วอยู่ในเซ็ตล่างๆ

ใครมีคำถาม หรือสงสัยอะไรถามได้ที่ http://ask.fm/processic จะสะดวกตอบมากกว่าถามในนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s