Autumn in Kansai – ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คันไซ โอซาก้า, เกียวโต และนารา (แถมโตเกียว)

ใบไม้ ก็เหมือนคน เมื่อโดนลม ก็ปลิว – processic
ใบไม้ร่วงมา น้ำตาก็ไหล – porkypigger
ใบไม้ยังเปลี่ยนสี ใจคนดีเปลี่ยนไปรึเปล่า – booky70
, 2014

IMG_2139

ใบไม้เปลี่ยนสีนั้นอยู่ในฤดูใบไม้ร่วง หลายคนก็เรียกว่าช่วงใบไม้แดง เพราะใบไม้ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดง แต่จริงๆ แล้วก็มีสีเหลือง และส้มด้วย เพราะต้นไม้หลายชนิดจะเปลี่ยนสีใบไม้จากสีเขียวที่เราเห็นกันเป็นปกติเป็นสีแดง, เหลือง หรือส้ม ก่อนจะค่อยๆ เข้มขึ้น และเหี่ยว หลุดร่วงโรยลงบนพื้นดิน อันเนื่องมาจากฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามา

141126_0007

กล่าวคือ เมื่อฤดูร้อนนั้น เหล่าต้นไม้ก็ได้รับทั้งแสงแดด, หยดน้ำ และอากาศที่เหมาะสมต่อการสังเคราะห์แสง สีเขียวของคลอโรฟิลล์บนใบไม้จึงมีมากมาย แต่เมื่ออากาศเริ่มเย็นขึ้น, แสงแดดน้อยลง และปริมาณน้ำก็ลดลง ทำให้ต้นไม้ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เพราะสังเคราะห์แสงได้น้อยลงเรื่อยๆ และต้องลดการคายน้ำ ทำให้ผลิตคลอโรฟิลล์น้อยลง สีเขียวจึงน้อยลงตามไปด้วย สีของสารอื่นๆ ที่อยู่ในใบไม้อย่างแคโรทีน หรือแซนโทฟิลล์ก็แสดงตัวให้เราเห็น ก่อนที่ต้นไม้จะเริ่มปิดการส่งน้ำ ทอดทิ้งเหล่าใบไม้เพื่อความอยู่รอดในฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือน ก่อนจะเริ่มต้นกันใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ ช่วงที่อากาศ, แสงแดด และน้ำเริ่มกลับมา

ฤดูร้อน Summer > ฤดูใบไม้ร่วง Autumn/Fall > ฤดูหนาว Winter > ฤดูใบไม้ผลิ Spring > ฤดูร้อน Summer วนไปเรื่อยๆ เป็น 4 ฤดูกาล

IMG_2172

แน่นอนว่าที่ประเทศไทยย่อมหาโอกาสชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ยาก เพราะสภาพอากาศแบบร้อนชื้น ทำให้ไทยมีหน้าหนาวที่สั้นมาก ถึงสั้นที่สุด จนบางครั้งหน้าหนาวก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ฉะนั้นการชมใบไม้เปลี่ยนสีนี้ก็ต้องไปประเทศทางเหนือกว่าไทยอย่าง ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้, รัสเซีย หรือตามทวีปยุโรป และอเมริกา ในเอนทรี่นี้เราจะไปที่ประเทศญี่ปุ่น และโซนที่การชมใบไม้เปลี่ยนสีได้รับความนิยมสูงอย่างคันไซ (Kansai) หรือภูมิภาค Kinki ที่เมืองโอซาก้า, เกียวโต และนารา

ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ทอดยาว ทำให้สภาพอากาศในแต่ละภูมิภาคนั้นแตกต่างกันมาก ลมหนาวจะมาเยือนฮอกไกโดก่อนใคร และค่อยๆ เคลื่อนลงมาทางใต้ ฉะนั้นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ใบไม้แดง)  ก็จะไม่เกิดพร้อมกันทั้งประเทศ หลังจากนี้ขอเรียกว่า “ใบไม้แดง” แทน “ใบไม้เปลี่ยนสี” เพื่อลดเวลาในการพิมพ์

ภาพพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีจาก https://tenki.jp/kouyou/expectation.html

ใบไม้แดงจะเริ่มทั้งแต่เหนือลงใต้ตามอากาศเย็น ส่วนซากุระนั้นจะบานจากใต้ขึ้นเหนือตามอากาศร้อน สำหรับคันไซนั้นจะเปลี่ยนในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม แต่ช่วงพีค (Peak) ที่เรียกได้ว่าพร้อมใจกันเปลี่ยนสีมากที่สุด ชมได้สวยสุด มีเวลาไม่กี่วัน ซึ่งต้องติดตามพยากรณ์ใบไม้แดงอยู่ตลอดเวลา เพราะแต่ละปีลมหนาวมาไม่พร้อมกัน

ไปคันไซเพื่อชมใบไม้แดงมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2014 22 – 30 พฤศจิกายน เป็นช่วงพีค สวยงามมาก) และ 2016 21 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม กลายเป็นเลยช่วงพีคไปแล้วตั้งแต่ต้นทริป กล่าวคือใบไม้เริ่มเป็นสีน้ำตาล และร่วงหล่นไปมากแล้ว และในปีนี้ (2017) ก็กำลังจะไปอีกช่วง 21-25 พฤศจิกายน ซึ่งต้องลุ้นว่าช่วงที่ไปจะอยู่ในช่วงพีคหรือไม่

ตัวอย่างที่เดิม มุมเดิม คนละเวลา ที่วัด Tofukuji

26 พฤศจิกายน 2014 กำลังพีค สวยงาม
141126_0010

24 พฤศจิกายน 2016 เลยช่วงพีคไปแล้ว
PB240815

ฉะนั้นนอกจากการวางแผนที่ดีแล้ว ถ้าอยากมาชมใบไม้แดงช่วงพีคจริงๆ ก็อาจจะต้องมาให้ยาว เช่น 15-30 พฤศจิกายน ไปเลย ไม่ก็สวดมนต์ภาวนาเยอะๆ กล่าวมามากพอแล้ว เริ่มรีวิวเลยดีกว่า (นี่ยังไม่เริ่มเรอะ)

1. การเดินทาง และที่พัก

หลักๆ แล้วการมาเที่ยวที่ภูมิภาคคันไซนั้นก็จะลงที่สนามบินคันไซ (Kansai International Airport : KIX) ซึ่งอยู่ใกล้เมืองโอซาก้า ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟไม่เกิน 1 ชั่วโมง ทำให้ที่พักหลักๆ อยู่ที่โอซาก้า และอาจจะแบ่งไปนอนเกียวโตสัก 1-2 คืน หรือไม่นอนก็ได้ เพราะการเดินทางจากโอซาก้าไปเกียวโตก็ใช้เวลาเพียง 30-45 นาที และการเดินทางในทริปนี้ใช้บัตร KTP (KANSAI THRU PASS) แบบ 3 วันเป็นหลัก ซึ่งสามารถใช้กับรถไฟ Nankai จากสนามบินคันไซเข้ามายังโอซาก้า, ใช้รถไฟใต้ดิน, บัส, เคเบิ้ลคาร์ ในโอซาก้า, เกียวโต และนารา ได้ตามที่บัตรกำหนด รวมถึงไปโกเบ, ฮิเมจิ และวาคายาม่าได้ด้วย

IMG_20161121_103105__
KTP คือใบสีขาวขอบเขียวทางซ้ายล่าง

บัตรอื่นๆ ที่ใช้ท่องเที่ยวโอซาก้า และเมืองรอบๆ ไว้จะเขียนอธิบายในเอนทรี่เที่ยวโอซาก้าอีกอัน

2. ใบไม้แดงที่โอซาก้า – Osaka

โอซาก้านั้นเป็นเมืองเศรษฐกิจ ที่มีผู้คนอาศัยกันอย่างคับคั่ง มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย เป็นศูนย์กลางของคันไซ เรียกได้ว่าถ้าเน้นจะมาท่องเที่ยวคันไซ โอซาก้าก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกๆ คน แม้ว่าโอซาก้าจะไม่ค่อยมีที่เที่ยวเชิงธรรมชาติมากนัก แต่ก็ยังมีสถานที่ให้ชมใบไม้แดงพอสมควร

2.1 ปราสาทโอซาก้า – Osaka Castel

เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่นี่ก็เต็มไปด้วยซากุระ เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ก็มีใบไม้แดงให้ชมเช่นกัน ที่รอบๆ ปราสาททั้งชั้นใน ชั้นนอก เดินออกจากสถานี Morinomiya ก็จะเห็นทั้งปราสาทอยู่ไกลๆ และต้นไม้หลากสีอยู่ใกล้ๆ
IMG_0867

ซากุระในฤดูใบไม้ร่วง เปลี่ยนสีใบออกสีแดง และส้ม

IMG_0973

ใบซากุระ มีหลากหลายสี

PB220204

ต้นแป๊ะก๊วย (Ginkgo) เปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง

IMG_0897

พระเอกของใบไม้แดงคือเมเปิ้ล (Maple) ด้วยลักษณะใบเป็นแฉก เมื่อเปลี่ยนสีก็จะเป็นสีแดงสด, ส้มสด หรือเหลืองสด

IMG_0933

IMG_1065

ถ่ายจากรอบนอกเห็นกำแพงสะท้อนน้ำก็สวยดี

PB220195

ด้านหลังปราสาทโอซาก้าก็ยังมีต้นแป๊ะก๊วยปลูกตามรายทาง เป็นแถบแนวกำแพงธรรมชาติสีเหลือง

IMG_1184

คะแนนปราสาทโอซาก้า 7/10
ความสวย – สวย มีหลายสี แต่ต้นที่ไม่เปลี่ยนสีก็เยอะ
ความเหนื่อย – พอสมควร เดินประมาณ 3 กิโลเมตร ขึ้นลงเนินและบันได
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ก็มานะ แต่ไม่มาก็ได้
การเดินทาง – ใช้ Subway ลงสถานี Morinomiya กลับที่สถานี Osaka Business Park หรือใช้ JR ลงสถานี Morinomiya กลับที่สถานี Osakajokoen ก็ได้

2.2 ถนนมิโดซูจิ – Midosuji Street

ใจกลางโอซาก้า ในย่านนัมบะ (Namba) นั้นมีถนนเส้นใหญ่ตัดกลางเมืองชื่อถนนมิโดซูจิ ซึ่งสองข้างทางจะรายล้อมไปด้วยต้นแป๊ะก๊วย (อีกแล้ว) เข้าใจว่าเป็นต้นไม้ที่คนญี่ปุ่นนิยมปลูกริมถนน ถ้าไปโตเกียวก็จะพบการปลูกต้นแป๊ะก๊วยริมถนนเช่นกัน

PB220132

ใบแป๊ะก๊วย รูปร่างเป็นใบพัด เป็นสัญลักษณ์หลายๆ อย่างในญี่ปุ่น

PB220135

การเดินทางมาที่ถนนแห่งนี้ก็แสนสะดวก มีซับเวย์หลายสถานี เพราะถนนที่ทอดยาว

PB220121

แวะมาเดินริมถนนมิโดซูจิแล้วก็แวะย่านชินไซบาชิ หรือเอบิสุบาชิก็อยู่ตรงนั้นเลย

PB220064

ตอนกลางคืนในบางช่วงจะมีประดับไฟด้วยนะ ต้องลองเช็คดู

ภาพประดับไฟจาก http://www.hikari-kyoen.com/midosuji/index.html

คะแนนถนนมิโดซูจิ 7/10
ความสวย – สีเหลืองของต้นแป๊ะก๊วยล้วนๆ เป็นทางนั้นสวยดี
ความเหนื่อย – ไม่เหนื่อยเลย ทางราบเรียบ ทางเท้ากว้าง
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ไปอยู่แล้ว เพราะจะไปเดินชินไซบาชิ
การเดินทาง – ใช้ Subway ตั้งแต่สถานี Namba ไปจนถึงสถานี Yodotabashi แนะนำให้ขึ้นจากสถานี Namaba แล้วกลับสถานี Shinsaibashi ระยะทาง 900 เมตร ไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป

2.3 น้ำตกมิโนะ – Minoh Waterfall

น้ำตกมิโนะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโอซาก้า ต้องนั่งรถไฟไปจนสุดสาย และเดินไปจนสุดแรงก็จะได้พบน้ำตกสูง ที่มีใบไม้แดงเป็นเครื่องประดับ บางคนอาจจะเคยเห็นภาพน้ำตกนี้ตามภาพ หรือโฆษณาใบไม้แดงของโอซาก้า ในใจบอกเลยว่าโคตรสวย
ใกล้ชิดน้ำตกในระดับที่น้ำกระเซ็นใส่หน้า

Minoo_0058

รายทางก็เต็มไปด้วยใบไม้ทั้งแดง เหลือง ส้ม เขียว

Minoo_0045

เพราะเป็นการเดินขึ้นเขาแต่ไม่เหงาเพราะคนเยอะ มีบ้าน ร้านขายของบ้าง รวมถึงทางเท้าที่เรียบ

Minoo_0059

ข้างทางมีต้นไม้ และแม่น้ำที่ไหลมาจากน้ำตก บรรยากาศไม่เหมือนตอนเที่ยวในเมือง

Minoo_0020

ข้างทางมีคุณยายเอาใบเมเปิ้ลมาชุบแป้งทอดขายด้วย

Minoo_0008

คะแนนน้ำตกมิโนะ 8/10
ความสวย – สวยมาก เป็นความสวยของธรรมชาติที่ได้บรรยากาศน้ำตก และภูเขา
ความเหนื่อย – เหนื่อยมาก….
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ไม่ไปแล้วจ้าาาาา แต่ใครไม่เคยมาก็แนะนำให้ไปสักครั้งนะ มันสวยจริงๆ
การเดินทาง – ลงสถานี Mino-O สาย Hankyu-Mino และเดินต่อขึ้นเขาอีก 3 กิโลเมตร และแน่นอนว่าขากลับอีก 3 กิโลเมตร รวมเป็น 6 กิโลเมตร

2.4 สวนซุรุมิ เรียวกูชิ- Tsurumi Ryokuchi Park

สวนขนาดใหญ่ที่ยังอยู่ในอาณาเขตโอซาก้า ห่างจากตัวเมืองนิดหน่อย แต่สามารถนั่งซับเวย์มาถึงได้ มีคนมาวิ่งออกกำลังกายอยู่พอสมควร

PB230425

มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีทั้งนก เป็ด และอีกาอยู่ใกล้ๆ แอ่งน้ำนี้

PB230368

เดินไปเรื่อยๆ จะพบกับโซนตกแต่งแต่ละประเทศ มีทั้งจีน, อังกฤษ, ออสเตรีย, เกาหลี, ไทย และอื่นๆ เป็นส่วนที่ชอบมาก

PB230482

สวนแห่งนี้กว้างขวางมาก คิดว่าเดินเยอะแล้วก็ยังไม่ทั่ว ใบไม้แดงก็มีให้ชม เพราะว่าไปตั้งแต่เช้า พอเดินเข้าไปลึกๆ คนก็แทบไม่มี ให้ความเป็นส่วนตัวดี

PB230509

คะแนนสวนซุรุมิ เรียวกูชิ 7/10
ความสวย – สวยดี ชอบที่มีนกมีเป็ด มีโซนแต่ละประเทศ
ความเหนื่อย – เดินเยอะ แต่ค่อนข้างชิลๆ เหนื่อยก็พัก ไม่ก็เดินกลับได้ ไม่ไกล
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ไปได้ แต่คงไม่ไป ยกเว้นพาเพื่อนที่ยังไม่เคยไป
การเดินทาง – สถานี Turumi-Ryokuchi เดินข้ามถนนมาก็เจอสวนแล้ว ระยะทางสั้นสุดแบบวนรอบแอ่งน้ำก็ 2 กิโลเมตร แต่เดินจริงๆ แวะโซนโน่นนี่ก็น่าจะ 3-4 กิโลเมตร (แบบยังไม่ทั่วทั้งสวน)

2.5 สวนโฮชิดะ – Hoshida Enchi Park

Hoshida Enchi Park หรือในชื่อญี่ปุ่น 府民の森ほしだ園地 (Fuminnomori Hoshida Enchi) อยู่ทางตะวันออกของโอซาก้า มีสะพานแขวนสำหรับคนเดินข้ามระหว่างภูเขา นับว่าเป็นวิวที่อลังการมาก

Hoshida Enchi Park

Hoshida Enchi Park

เสียดายที่ไปตอนใบไม้เริ่มร่วงแล้ว และแดดไม่ออก (พอเดินลงมาแล้วแดดออกก็สวยเชียว)

PB251455

ตอนที่อยู่บนสะพานแขวน ก็จะได้เห็นภูเขาหลายๆ ลูก ขึ้นสลับกันไปมา

PB251427

ถึงจะเลยพีคไปแล้วใบไม้แดงก็ยังมีให้ชมบ้างรายทาง

PB251362

ชอบตอนแสงแดดสาดส่องใบไม้นี่แหละ ช่วงที่สวยที่สุด

PB251376

คะแนนสวนโฮชิดะ 6/10
ความสวย – สวยมากนะคะ…
ความเหนื่อย – …แต่เหนื่อยชิบหายเลยค่ะ อยากจะร้องไห้กลับบ้านแล้ว
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ไม่ไป!!
การเดินทาง – สถานี Kisaichi สาย Keihan-Katano และเดินไปอีกเรื่อยๆๆ เรื่อยๆๆๆๆๆ ถึงปลายสะพานแขวนที่ระยะทาง 3.3 กิโลเมตร ขากลับก็คูณ 2 ไป แต่จริงๆขาขึ้นมาเราเดินอีกทางชันกว่าแต่สั้นกว่า แต่ก็เหนื่อยกว่ามากอยู่นะ….

3. ใบไม้แดงที่เกียวโต – Kyoto

เกียวโตถือว่าเป็นจุดหมายหลักๆ ของการเดินทางมาชมใบไม้แดงเลย เพราะสถานที่ดังๆ อยู่ในเกียวโตทั้งนั้น และไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะใบไม้แดงที่เกียวโตนั้นสวยมาก โอซาก้าเรียกได้ว่าเป็นแค่น้ำจิ้มไปเลย

3.1 อาราชิยาม่า – Arashiyama

ภูเขาทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ที่ไม่ไกลตัวเมืองเท่าไหร่ ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะมากตลอดทั้งปี เพราะมีที่ให้เที่ยวเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือ, เดินเลียบแม่น้ำ Katsura, เดินเขา, ชมป่าไผ่ หรือไปวัด การคมนาคมก็สะดวกมีทั้งรถไฟ JR และ Hankyu รวมถึงรถราง และบัสด้วย จะขับรถมาก็สะดวกไปหมด ร้านอาหาร, ร้านของฝาก และร้านขนมก็มีให้เลือกซื้อ เลือกกินมากมาย แถมยังมีที่พักแถวๆ นี้ด้วย เมื่อลมหนาวมาเยือนต้นไม้บนภูเขาหลายๆ ต้นก็เปลี่ยนสีกันเห็นเป็นสีสันแตกต่างกัน

IMG_1359

ถ้าเลือกเดินเลียบแม่น้ำฝั่งภูเขา (ฝั่งสถานี Hankyu-Arashiyama) ก็จะเจอกับบริการนั่งเรือชมวิว หรือจะเดินต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้

PB241125

แม่น้ำเป็นสีเขียวฟ้าสดใส วันที่ไปมีแดดบางๆ ก่อนพระอาทิตย์จะตก

PB241187

เดินไปเรื่อยๆ แม้คนจะน้อย แต่ทางไม่ลำบาก ปลายทางจะได้เจอกับวัดแห่งนึง (แต่ตอนไปถึงวัดปิดแล้ว)

PB241210

ยิ่งเดินลึกไปเท่าไหร่ ยิ่งได้ความเป็นธรรมชาติเรื่อยๆ ฤดูนี้อากาศเย็น แต่ไม่หนาว ทำให้เวลาเดินไม่เหนื่อยเท่าไหร่นัก

PB241238

บรรยากาศเมื่อพระอาทิตย์ตกจากฝั่งภูเขา (ฝั่งสถานี Hankyu-Arashiyama)

PB241270

ข้ามไปอีกฝั่งด้วยการเดินข้ามสะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsukyo) ฝั่งนี้จะมีสถานรถราง Keifuku Dentetsu-Arashiyama และรถไฟ JR สถานี Saga-Arashiyama รวมถึงร้านรวงมากมาย และวัดชื่อดัง

IMG_1311

แค่เดินข้ามสะพานโทเง็ตสึเคียวก็ได้เจอกับความสวยงามของใบไม้แดง

IMG_1302

เลือกเดินเลียบแม่น้ำ แทนการเดินไปทางร้านขายของ หรือร้านอาหารต่างๆ

IMG_1383

ก็ได้เห็นต้นไม้บนภูเขาจากฝั่งตรงข้าม

IMG_1540

หลังจากนี้ก็เดินไปวัดที่ตั้งอยู่ที่นี่… (ยกไปอีกหัวข้อนึง)

คะแนนอาราชิยาม่า 9/10
ความสวย – สวยด้วยธรรมชาติ มีทั้งภูเขา และแม่น้ำ บรรยากาศดีมาก
ความเหนื่อย – ไม่ค่อยเหนื่อย เพราะพื้นค่อนข้างเรียบดี ระยะทางขาเดียว 1.6 กิโลเมตร
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ไปแน่นอน
การเดินทาง – สถานี Arashiyama (Hankyu-Arashiyama Line) หรืออีกฝั่งจะเป็น สถานี Arashiyama (Keifuku Dentetsu-Arashiyama Line) และ สถานี Saga-Arashiyama ของ JR

3.2 วัดเทนริวจิ – Tenryuji Temple

หลังจากเดินข้ามฝั่งมาจากสะพานโทเง็ตสึเคียวมาไม่นาน ก็ได้เจอกับวัดแรกที่อาราชิยาม่า และเป็นวัดเดียวที่แวะ จริงๆ แล้วมีคนแนะนำให้ไปที่วัด Jojakkoji แต่ยอมแพ้ซะก่อน แต่แค่วัดเทนริวจิก็เพียงพอต่อการชมใบไม้แดงแล้ว (คิดบวก เพราะขี้เกียจเดินไปวัด Jojakkoji) แม้ว่ายังไม่ผ่านประตูวัด ก็ได้เจอใบไม้แดงมาทักทายให้ชื่นใจ

IMG_1390

วัดเทนริวจิได้รับการบบจุให้เป็นมรดกโลกของ UNESCO ด้วยนะ จุดเด่นของวัดนี้คือมีแอ่งน้ำขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่กลางวัด มีใบไม้แดงทั้งใกล้และไกล

IMG_1440

ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดง

IMG_1533

แดงแบบพุทธ

IMG_1393

สามารถเดินจากประตูวัดอีกฝั่ง ไปออกอีกฝั่งได้ โดยไม่ต้องเดินย้อนไปย้อนมา ชอบตรงนี้

ช่วงที่ไปตอน 2014 นั้นฝนตกเกือบตลอด และฝนก็เป็นตัวการอีกตัวที่ทำให้ใบไม้ร่วงไวขึ้น การมาชมใบไม้แดงในวัด (รวมถึงวัดอื่นๆ) ต้องลุ้นให้ไปช่วงที่กำลังพีค เพราะวัดไม่เหมือนภูเขาที่มีต้นไม้เยอะมากๆ ถ้าใบไม้ร่วงแล้วก็จะร่วงกันไปเกือบหมด

IMG_1452

คะแนนวัดเทนริวจิ 8.5/10
ความสวย – สวยมากกกกกกกก
ความเหนื่อย – สวยลืมไปเลยว่าเหนื่อยมั้ย แต่ทางบางช่วงต้องขึ้นลงเนิน และไม่ค่อยกว้าง
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ไปแน่นอน
ค่าเข้า – 500 เยน
การเดินทาง – สถานี Arashiyama (Hankyu-Arashiyama Line), สถานี Arashiyama (Keifuku Dentetsu-Arashiyama Line) และ สถานี Saga-Arashiyama ของ JR สามารถเดินมาได้ถึงทั้งหมด

3.3 วัดโทฟุคุจิ – Tofukuji Temple

เป็นวัดที่รู้สึกว่าถ้ามาใบไม้แดงที่เกียวโตแล้วต้องมา!!! แค่เดินเข้ามาในวัดก็แทบน้ำตาไหล เพราะคนเยอะ… 5555 เอ้ย คนเยอะจริง แต่ก็สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ

141126_0002

รูปที่ลงคือตอนที่ไปเมื่อปี 2014 สวยมากจริงๆ (26 พ.ย. 2014) แต่ปีที่แล้วกลับไปใหม่ (24 พ.ย. 2016) ดันร่วงไปซะเยอะแล้ว วัดโทฟุคุจิ มีจุดให้เดินหลายจุด ต้องเดินขึ้นๆ ลงๆ ทางเดินลำบากนิดนึง แต่แลกมาด้วยการเห็นวิวหลากหลาย

141126_0009

มีทางเดินสองฟากฝั่ง ก็ทำให้ฉากหลังเปลี่ยน และมี 2 ทางออกเหมือนวัดเทนริวจิ

141126_0037

รู้สึกถึงการไล่สี จากเหลืองไปแดง
141126_0029

วัดโทคุฟุจิเป็นวัดที่คนนิยมมาช่วงใบไม้แดงเยอะมากๆ ทางเดินไม่ค่อยกว้าง และเดินลาำบาก แต่แลกกับการได้ชมใบไม้แดงแล้วก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆๆๆๆๆๆๆ

141126_0022

ตอนที่มาปี 2016 ใบไม้ร่วงไปเยอะแล้ว ก็เซ็งนิดๆ แต่ก็ยังชอบวัดนี้อยู่ดี

PB240750

ก็ยังมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายบ้าง หวังว่าครั้งต่อไปจะได้เจอช่วงพีคอีกครั้ง ;_;

PB240856

คะแนนวัดโทฟุคุจิ 9.5/10
ความสวย – สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (ถ้าไปช่วงพีค)
ความเหนื่อย – ไม่เหนื่อย แต่เดินลำบาก หักคะแนนไป 0.5 เพราะเดินยาก และคนเยอะมาก
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ไปแน่นอน
ค่าเข้า – 400 เยน
การเดินทาง – สถานี Tobakaido ของ Keihan, สถานี Tofukuji ของ Keihan และ JR หรือจะนั่งบัสมาจากเมืองเกียวโตก็ได้

3.5 วัดเอคันโด – Eikando Temple

วัดเอคันโด (Eikando Temple) มีอีกชื่อว่าวัดเซ็นรินจิ (Zenrinji Temple) เป็นวัดอยู่ในเมืองเกียวโต สามารถนั่งบัสมาแล้วเดินต่อมาได้ไม่ไกล มีชื่อเสียงเรื่องใบ้ไม้แดงมาก เช่นเดียวกับวัดโทฟุคุจิ แค่หน้าวัดก็พบกับความร้อนแรงของใบไม้แดงแล้ว

IMG_1992

แค่เดินริมกำแพงวัดด้านนอก ก็ได้เห็นใบไม้แดงด้านใน

IMG_2003

ความแรงอีกอย่างของที่นี่คือราคาค่าเข้า 1,000 เยน (2 เท่าของที่อื่นเลยทีเดียว) แต่ก็นับว่าคุ้ม เพราะถ้ามาช่วงพีคก็จะได้เจอใบไม้แดงอย่างเต็มอิ่ม แม้พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางแบบวัดโทฟุคุจิ แต่เดินง่ายกว่าเยอะ

IMG_2184

คนก็เยอะไม่แพ้โทฟุคุจิ สามารถชมใบไม้แดงได้ทั้งซ้ายทั้งขวา

IMG_2354

มีแอ่งน้ำอยู่กลางวัด มีเก้าอี้ให้นั่งชมใบไม้แดงกันชิลๆ ด้วย แต่ส่วนตัวชอบที่เทนริวจิมากกว่า

PB241030

ช่วงที่ไปตอนปี 2016 ที่ใบไม้ร่วมร่วงแล้ว ก็ยังดูสวยงามในบางจุด

PB240990

ใบเมเปิ้ลอีกแบบที่ชอบ คือใบที่เปลี่ยนไล่สีในตัวเองจากเหลืองไปแดง

หรือจะเป็นใบเมเปิ้ลสีเหลืองที่โดนแสงแดดก็สวยเหมือนกัน

PB241008

และเวลาเมเปิ้ลอยู่รวมกัน มีทั้งสีแดง, เหลือง, ส้ม และเขียวเป็นอะไรที่ดึงดูดสายตาสุดๆ

IMG_2340

ใกล้กันมีวัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple) ด้วยแต่แวะไปแค่ด้านหน้า ทั้ง 2 รอบที่ไปไม่ได้เข้าในตัววัดเพราะกว่าจะเดินเอคันโดเสร็จก็เย็นแล้ว ก็หวังว่าจะได้ไปในรอบหน้า

PB241063

ประตูทางเข้าวัดนันเซ็นจิ

PB241088

คะแนนวัดเอคันโด 9.5/10
ความสวย – สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (ถ้าไปช่วงพีค เลยพีคไปแล้วก็ยังดี)
ความเหนื่อย – ไม่เหนื่อย เดินง่าย แต่ระยะทางน้อยไปหน่อย คนเยอะ
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ไปแน่นอน
ค่าเข้า – 1000 เยน
การเดินทาง – นั่งบัสสาย 204 หรือ 93 มาลงป้าย 東天王町(バス)หรือรถไฟใต้ดินสถานี Keage แนะนำวห้นั่งบัสมาเดินต่อมาชมวัดเอคันโด ต่อด้วยวัดนันเซ็นจิ แล้วเดินไปขึ้นรถไฟที่ Keage จะได้ไม่อ้อม

4. ใบไม้แดงที่นารา – Nara

นาราเป็นเมืองเก่าติดเกียวโต และโอซาก้า ขึ้นชื่อว่ามีกวางอยู่เต็มทั้งเมือง เพราะที่นี่ให้กวางอาศัยแบบอิสระ (แต่ก็มีเจ้าหน้าที่คอยควมคุมดูแล) ถ้าใครขับรถมาก้ต้องระวังชนกวางหน่อย

Nara_0034

4.1 สวนสาธารณะนารา – Nara Park

ที่ไปมาคือเดินไปแค่ตรงสวนสาธารณะ และหน้าวัดโทไดจิ (Todaiji Temple) เท่านั้นเพราะแค่นี้ก็ถือว่าเดินมาไกลแล้ว ไม่อย่างนั้นต้องนั่งบัสต่อมาจากสถานีรถไฟ ซึ่งไม่รวมใน KTP ซึ่งจริงๆ นารามีวัดเยอะมาก แต่การเดินทางค่อนข้างลำบาก

ระหว่างทางเดินจากสถานีรถไฟมายังสวนสาธารณะนารา ก็จะได้เจอกับเหล่ากวาง และร้านขายขนมเซเบ้ (อาหารกวาง) เรื่อยๆ

Nara_0019

มาถึงสวยสาธารณะนาราก็ได้เจอกับใบไม้แดงที่ปลูกอย่างกว้างขวาง ทางเดินดี (แต่มีขี้กวาง)

Nara_0037

ได้น้องกวางเป็นนางแบบให้

Nara_0046

Nara_0050

ที่นี่มีทั้งคนมาสิ่งออกกำลังกาย, ชมวิว หรือเป็นทางผ่านเพื่อเดินไปวัด แต่สำหรับเราแค่มาเดินสวนสาธารณะก็เพียงพอแล้ว

Nara_0045

กวางที่นี่หน้าตาน่ารักแต่ว่าเถื่อนมาก ยิ่งถ้าถือเซมเบ้ไว้กับตัวเคยโดนงับแจ็กเก็ตมาแล้ว น้ำลายกวางยืดคาเสื้อกันเลยทีเดียว… ฉะนั้นเวลาเจอน้องกวางก็ต้องระวังหน่อย

Nara_0025

คะแนนสวนสาธารณะนารา 8/10
ความสวย – สวย บรรยากาศดี มีกวาง
ความเหนื่อย – เดินไกล แต่ทางเรียบ เดินเรื่อยๆ ได้ เจอกวางเป็นพักๆ
ให้มาอีกรอบหน้า ? – ก็ไปนะ
การเดินทาง – เดินจากสถานี Kintetsu-Nara ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร หรือจากสถานี Nara ของ JR 2.5 กิโลเมตร (ถ้ามาด้วย JR แนะนำให้ขี่จักรยานต่อ หรือนั่งบัสต่อ)

จบแล้วสำหรับรีวิวใบไม้แดงที่คันไซ จริงๆ แล้วมีโอกาสได้ไปชมใบไม้แดงที่โตเกียวมาด้วยนิดหน่อย ขอเขียนไว้ในเอนทรี่นี้เลยแล้วกัน

5. ใบไม้แดงที่โตเกียว – Tokyo

โตเกียวนั้นอยู่ภูมิภาคคันโต ไม่ได้ใกล้คันไซแต่นั่งชินคันเซ็นถึงกันได้ในเวลาเร็วสุดประมาณ 3 ชั่วโมง แต่แนะนำว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เที่ยวทีละภูมิภาคจะประหยัดทั้งเวลา และเงินตราได้มากกว่า ช่วงที่ไปโตเกียวเป็นช่วงวันหยุดยาวไทย 5-10 ธันวาคมเมื่อปี 2014 เป็นช่วงท้ายของฤดูใไม้ร่วงแล้ว กำลังจะเข้าหน้าหนาว เรียกง่ายๆ ว่าใบไม้แดงเลยช่วงพีคไปแล้ว แต่ก็ยังมีให้ชมบางนิดหน่อย ขอไม่ให้คะแนนเพราะไม่ได้ไปอยู่ในช่วงพีค

5.1 สวนริคุงิเอน – Rikugien Garden

สวนกลางโตเกียว เดินทางง่าย พอมาเจอแบบนี้ ใจก็หงอยๆ หน่อย ต้นที่ใบไม้เปลี่ยนสีใบไม้ก็เริ่มสีเข้มและร่วงไปเยอะ

Rikugi-en (Rikugien Garden) TOKYO_0008

พอมาเจอต้นนี้ก็ค่อยมีกำลังใจในการเดินต่อ

Rikugi-en (Rikugien Garden) TOKYO_0007

พบต้นที่แดงดีสีไม่ตกอยู่ไม่กี่ต้น แต่ถ่ายรูปมาแล้วดูดีแฮะ

Rikugi-en (Rikugien Garden) TOKYO_0011

ต้นสีแดงอยู่ติดกับต้นสีเหลือง เป็นการประชันสีที่สวยงาม (ท่ามกลางต้นไม้โกร๋นๆ ต้นอื่น) แน่นอนว่าภาพเฮดเดอร์เอนทรี่นี้ก็มาจากที่นี่

Rikugi-en (Rikugien Garden) TOKYO_0013

ต้นที่ยังพอมีใบไม้อื่นๆ

Rikugi-en (Rikugien Garden) TOKYO_0018

5.2 มหาวิทยาลัยโตเกียว (โทได) – The University of Tokyo (Todai)

มหาวิทยาลัยโตเกียว หรือโทไดมีสัญลักษณ์เป็นใบแป๊ะก๊วบ ซึ่งในมหาวิยาลัยก็ปลูกต้นแป๊ะก๊วยเยอะมากๆ

The University of Tokyo (Todai) TOKYO_0032

แป๊ะก๊วยมีลักษณะเป็นใบพัด หน้าร้อนใบไม้ก็เป้นสีเขียว พอฤดูใบไม้ร่วง ใกล้หน้าหนาวใบก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง

The University of Tokyo (Todai) TOKYO_0040

คนญี่ปุ่นขี่จักรยานกันเยอะมาก ก็เลยได้ภาพฉากจักรยานจอดเรียงรายใต้ต้นแป๊ะก๊วยแบบนี้

The University of Tokyo (Todai) TOKYO_0039

แป๊ะก๊วยต้นสูงใหญ่ คิดว่าคงปลูกมานานมาก มีทั้งกิ่งที่ใบร่วงแล้ว และยังเปลี่ยนสีไม่หมด

The University of Tokyo (Todai) TOKYO_0041

แป๊ะก๊วยที่สะท้อนกับกระจกอาคารก็สวยเพลินตาดี ประทับใจกับการเดินในโทไดมากๆ ใครที่วางแผนมาโตเกียวช่วงปลายเดือนพ.ย. หรือต้นธ.ค. น่าจะลองวางแผนมาเดินที่โทไดดู

The University of Tokyo (Todai) TOKYO_0022

ที่แนะนำการชมแป๊ะก๊วยอีกจุดใจโตเกียวคือ Meiji Jingu Gaien Ichonamiki เป็นการเดินบนทางเท้าริมถนนที่สวยงามไม่แพ้กัน (แต่หารูปไม่เจอ) นอกนั้นก็มีวัดอื่นๆ ที่สวยงามเช่นกัน แต่ก็ควรมามาช่วงพีค จะได้ประทับใจ

ใบไม้แดงนั้นแดงยาว แต่ช่วงที่ชมได้สวยมากจริงๆ สั้นนัก แม้ว่าจะไม่ได้ไปหลายที่ แต่ก็หวังว่าเอนทรี่นี้จะมีประโยชน์ให้กับคนที่วางแผนไปชมใบไม้แดงบ้าง ถ้าไม่รู้จะเที่ยวไหนดีลองไปดู คอลเลคชั่นภาพถ่ายที่ญี่ปุ่นบน flickr ก็ได้ หรือถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็สอบถามได้เลย (ถามทางทวิตเตอร์ไวสุด)

Advertisements

One thought on “Autumn in Kansai – ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คันไซ โอซาก้า, เกียวโต และนารา (แถมโตเกียว)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.