[How to] ยื่นขอวีซ่าสหราชอาณาจักร (UK Visa)

วีซ่าจะผ่านปะวะ? เป็นประโยคที่กังวลมากที่สุด หลังจากรีบแลกไมล์จองตั๋วเครื่องบินไปอังกฤษไปแล้ว ซึ่งไปอังกฤษไม่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น(Shengen) แต่ต้องวีซ่าสหราชอาณาจักร(UK) รวมถึงสก็อตแลนด์, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือด้วย ก่อนหน้านี่อ่านกระทู้ในพันทิป (Pantip) มาเยอะมากๆ รายละเอียด หลักฐานก็รู้สึกว่าเยอะพอสมควร มากกว่าตอนไปขอเชงเก้นซะอีก แถมมีคนโดนปฎิเสธเยอะอยู่เหมือนกัน เลยลัดคิวทุกเอนทรี่ที่กะจะเขียน เอาเรื่องนี้มาเขียนก่อนที่จะลืม หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คน ในที่นี้เขียนถึงแค่การขอ วีซ่าท่องเที่ยว (Standard Visitor visa) เท่านั้นนะคะ

อัพเดท สำหรับการขอวีซ่าสหราชอาณาจักร (UK) หลังวันที่ 15 มิถุนายน 2018 ซึ่งเป็นขั้นตอนใหม่เพราะเจ้าหน้าที่ VFS จะสแกนไปให้ฝ่ายพิจารณาวีซ่าที่ต่างประเทศ คนที่ขอวีซ่าจะต้องเตรียมเอกสาร และเรียงเอกสารให้ถูกต้อง (มีเพื่อนไปขอวีซ่าวันที่ 18 มิถุนายน แล้วบอกว่าเลทมากกว่า 3 ชั่วโมง เพราะคนที่ขอวีซ่าหลายคนไม่ได้เตรียมมา)

สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติมสำหรับหลัง 15 มิถุนายน นอกเหนือจากการเล่าข้อมูลด้านล่างคือ

  1. ไม่จำเป็น แต่แนะนำให้เตรียมเอกสารตาม Checklist จากหน้าเว็บไซต์ VFS เพื่อเตรียมเอกสาร ตรงนี้มีภาษาไทยอธิบายด้วย โดยเอกสารทุกชิ้นควรแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย (ส่งทั้งภาษาไทย + แปลอังกฤษ) ไม่ได้จำเป็นต้องมีทุกอัน แค่แนะนำว่าควรจะเตรียมอะไรบ้าง
  2. จำเป็น ต้องปรินท์กระดาษบาร์โค้ด จากหน้าเว็บไซต์ VFS เรียงเอกสารตามประเภทที่กำหนดไว้ในบาร์โค้ดต่างๆ โดย
    1. บาร์โค้ดเหล่านี้ต้องแนบไว้ที่ด้านบนสุดของเอกสารแต่ละชุด
    2. เป็นความรับผิดชอบของท่านในการแยกเอกสารออกและจัดวางบาร์โค้ดไว้ที่ด้านบนของเอกสารแต่ละชุด
    3. ทั้งหมดนี้จะต้องทำให้เรียบร้อยก่อนที่ท่านจะถึงเคาน์เตอร์รับเอกสาร
    4. สามารถส่งเอกสารเป็นสำเนาเอกสารได้แต่ต้องชัดเจนและอ่านง่าย
    5. เอกสารทั้งหมดต้องมีขนาด A4
    6. เอกสารใด ๆ ที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่า A4 ต้องถ่ายเอกสารลงบนกระดาษขนาด A4 ซึ่งรวมถึงหนังสือเดิน ทางเล่มเก่าและรูปถ่าย
    7. เอกสารทั้งหมดต้องเอาคลิป, แม็กซ์หรือหมุดออกให้หมดก่อนทที่ท่านจะยื่น คำร้อง
    8. ไม่สามารถรับเอกสารที่ถูกฉีกขาดเป็นชิ้นหรือยับย่นมากๆ
    9. ดังนั้นผู้ยื่นคำร้องต้องถ่ายเอกสารลงบนกระดาษขนาด A4 ก่อนที่จะทำการยื่น
    10. เอกสารต้องไม่เคลือบพลาสติก

———————————————————————————-

จะขอเล่าด้วยการยกตัวอย่างของเรา และเพื่อนที่ไปขอด้วยกันอีก 2 คน ซึ่งแต่ละคนมีการทำงาน และเงื่อนไขแตกต่างกัน คือ

  1. พส ทำงานประจำ เป็นพนักงานบริษัท
  2. พกพก ทำกิจการที่บ้านหลายอย่าง มีชื่อในหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
  3. พี่ปก ทำงานโรงงานของที่บ้าน พ่อเป็นคนจดทะเบียนโรงงาน ไม่มีสัญญาจ้าง ไม่มีสลิปเงินเดือน บินแยกอีกสายการบิน

พวกเรา 3 คน จะไปเที่ยวอังกฤษ และสก็อตแลนด์ โดยที่จะไปนอนบ้านเพื่อนสมัยมัธยม (เพื่อนของพส และพกพก) ครึ่งทริป หลักฐาน และการเตรียมตัว จะเป็นประมาณนี้

1. กรอกข้อมูล ขอวีซ่า UK

ขั้นแรกเลยไปกรอกข้อมูลในเว็บ Apply for a UK visa เลือกหมวด Tourist or short stay visa ซึ่งในที่นี้ไปเที่ยวเฉยๆ ไประยะสั้น (ไม่เกิน 180 วัน) ก็ Standard Visitor visa (Visit or transit visa) เลือกให้มีภาษาไทยกำกับได้ มีรายละเอียดต้องกรอกเยอะมาก ซึ่งสามารถกรอกแล้วกลับมากรอกวันอื่นๆ ได้ ผ่านลิ้งที่ระบบส่งอีเมลมาตามอีเมลที่ตั้งไว้ (กรอกอยู่นานพอควร พวกหน่วยเงิน ใช้เป็น GBP หมด) วีซ่า UK มีระยะเวลาตามที่เราร้องขอ ต่ำสุดก็ 6 เดือน ขอแบบปกติ ราคา 130 USD (4,250 บาท) รอพิจารณาไม่เกิน 15 วันทำการ รวมถึงนัดวันยื่นทำวีซ่าด้วย (เลื่อนวันได้) ถ้าไม่ผ่าน จะขอใหม่ก็ต้องจ่ายใหม่อีกรอบ

2. เตรียมหลักฐาน เพื่อขอวีซ่า UK

จะพบว่ามีกระทู้พันทิปเยอะมากๆ ในการรีวิว แต่อ่านแล้วก็งงๆ ว่าสรุปต้องเตรียมมากน้อยแค่ไหน บางคนบอกว่าแค่นี้ก็พอ บางคนบอกเตรียมไปเยอะๆ เท่าที่เตรียมไปก็ประมาณนี้ค่ะ ยืมแบบ Checklist for apply UK Visa by @processic ไปใช้ได้

สรุปแบบละเอียดตามเอกสาร Checklist จาก UK Visas & Immigration หลังกรอกวีซ่าเสร็จในเว็บด้านบน ที่เตรียมไปคือเรียงจัดหมวดหมู่เอกสารไว้ตามด้านล่างเลย

หมายเหตุ : ในเอกสาร Checklist บอกไว้ว่าเอกสารทุกอันต้องเป็นภาษาอังกฤษ และเอกสารที่แปลต้องได้รับการรับรอง และต้องส่งทั้งตัวจริง และสำเนา แต่ว่าเอกสารที่เตรียมไป ส่วนใหญ่ส่งไปแค่สำเนา และฉบับที่เป็นภาษาไทยก็ไม่ได้แปล ซึ่งจริงๆ หลายคนก็ยื่นแบบไม่แปล แต่คิดว่าเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป คงต้องแปลทั้งหมดเพราะศูนย์พิจารณาวีซ่ากำลังจะย้ายจากไทยไปอินเดียแล้ว

หมวด 1 เอกสารจากเว็บขอวีซ่า

  1. Payment Complete (Print จากเว็บ)
  2. Application Form (Print จากเว็บ)
  3. Checklist (Print จากเว็บ)

หมวด 2 เอกสารประจำตัว

  1. The passport – Passport เล่มปัจจุบัน เล่มจริง
  2. Other Passports – Passport เล่มเก่า ทุกเล่มที่มี (พกพกพาสปอร์ตอันแรกหาย และมีประวัติเดินทางต่างประเทศ ก็ปรินท์หน้าพาสปอร์ตเล่มนั้นที่มีไฟล์อยู่แล้วเขียนกำกับไปว่าหายไปแล้ว)
  3. สำเนา Passport เล่มปัจจุบัน เฉพาะด้านหน้า 2 แผ่น (ถ้าไปรับพาสปอร์ตเอง เจ้าหน้าที่จะให้คืนกลับมาแผ่นนึงเพื่อเป็นหลักฐานมารับ)
  4. สำเนา Passport เล่มเก่าทุกเล่มที่มี เฉพาะด้านหน้าอย่างละ 1 แผ่น

หมวด 3 Information about your visit

  1. Tour details – แพลนการท่องเที่ยว เขียนแบบสรุปๆ ว่าวันไหนไปเมืองไหน ไปทำอะไรสั้นๆ ก็ได้ แต่พอดีจะจัดแพลนอยู่แล้ว ก็ส่งแพลนที่จัดไป พร้อมตารางคำนวนค่าใช้จ่ายต่างๆ
  2. Flight details – รายละเอียดไฟลท์บิน จริงๆ ก็ไม่ถึงกับ “ต้องจอง” เลย บางคนไม่จองก็ได้รับวีซ่าเหมือนกัน ถ้าหลักฐานในข้ออื่นๆ ผ่าน แปลว่า ไม่จำเป็นต้องยื่น แต่ถ้าจองไปแล้วแล้วก็ยื่นไปเถอะ
  3. Letter of invitation – จดหมายเชิญ ถ้าเป้าหมายคือไปเยี่ยมญาติ เยี่ยมแฟน ก็ต้องให้ฝั่งนั้นเขียนจดหมายเชิญมา
  4. Evidence of sponsor’s immigration status in the UK – สมมติว่าจะไปอยู่บ้านญาติตามข้อ 3. ก็ต้องส่งหลักฐานทางนั้นแนบมาด้วย เช่น สัญญาเช่าบัาน, ใบเสร็จค่าน้ำค่าไฟ

แพลนการท่องเที่ยวใช้เว็บ travefy ทำให้วางแผน และใส่ข้อมูลแพลนง่ายดี ประมาณนี้ ยกมาส่วนนึง

ส่วนตารางค่าใช้จ่ายก็ใช้ Sheet ของ Google Drive (ก็แนวๆ Excel แล้วก็แชร์ให้เพื่อนร่วมทริปดู)

UK Travel Expense

หมวด 4 Current employment & Money (either income or savings)

  1. Letter from employer – จดหมายรับรองการทำงาน เป็นภาษาอังกฤษ สำหรับลูกจ้าง, พนักงานบริษัท หรือข้าราชการ เขียนว่าทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ ให้นายจ้างเซ็นมา
  2. Pay slips – สลิปเงินเดือน 6 เดือนล่าสุด ยื่นไปทั้งตัวจริง และสำเนา (เจ้าหน้าที่ย้ำว่าต้องเอาสำเนาด้วยนะ)
  3. Tax returns – หลักฐานการยื่นภาษีของบริษัท (ไม่ต้องยื่นก็ได้) อันนี้ไม่มีใครยื่นเลย
  4. Business registration documents – เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ สำหรับคนที่มีธุรกิจส่วนตัว พกพกยื่นเฉพาะสำเนาภาษาไทยไป ในเอกสารมีชื่อตัวเองเป็นหุ้นส่วนใหญ่ + ไฮไลท์ชื่อตัวเอง เขียนชื่อภาษาอังกฤษกำกับ
  5. Business bank account statements – รายการเดินบัญชีของธุรกิจ สำหรับคนที่มีธุรกิจส่วนตัว ก็ไปขอ statement ย้อนหลัง 6 เดือนจากธนาคาร หรือปรินท์เองจากเว็บธนาคาร ชื่อบัญชีควรเป็นชื่อกิจการ แต่ถ้าเป็นบัญชีส่วนตัวเอามาใช้ ก็เขียนแจ้งกำกับไปในเว็บขอวีซ่า
  6. Bank statements – รายการเดินบัญชีส่วนตัว ไปขอ statement ย้อนหลัง 6 เดือนจากธนาคาร หรือปรินท์เองจากเว็บธนาคาร อันนี้สำคัญ ทุกคนต้องยื่น! และจำนวนเงินควรครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายทั้งทริป ทั้งนี้คนทั่วไปอาจจะใช้บัญชีที่เงินเดือนเข้า เป็นบัญชีเงินออมได้เลย หรืออาจจะเป็นบัญชีเงินเดือน 1 บัญชี และบัญชีเงินออม 1 บัญชี ต้องขอ Bank statements ทั้ง 2 บัญชี เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีรายได้ และมีเงินออมพอที่จะไปเที่ยว (ทุกคนมีเงินออมเกินแสนบาท โดยที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในทริปอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท)
  7. Bank books – สมุดบัญชี (ไม่ต้องยื่นก็ได้) ถ้าจะยื่นก็ต้องเป็นสมุดที่อัพเดทบ่อยๆ ให้เห็นรายรับแต่ละเดือน ใช้ตัวจริง และสำเนาทุกหน้า
  8. Bank letter – จดหมายจากธนาคาร (ไม่ต้องยื่นก็ได้)
  9. Balance certificate – จดหมายจากธนาคารที่ยืนยันบัญชี และจำนวนเงินในบัญชี ต้องทำเรื่องขอกับธนาคาร (ไม่ต้องยื่นก็ได้ แต่ยื่นก็ดีนะ)
  10. Tax returns – หลักฐานการยื่นภาษี (ไม่ต้องยื่นก็ได้)
  11. Crop receipts – ใบเสร็จเกี่ยวกับการเกษตร ? (ไม่ต้องยื่นก็ได้)

ในเคสที่ทำงานกับที่บ้าน และที่บ้านจดทะเบียนธุรกิจไว้ แต่ไม่ใช่ชื่อตัวเอง อย่างของพี่ปก ก็ใช้ Business registration documents – เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ (ซึ่งจดด้วยชื่อพ่อ) + Letter from employer – จดหมายรับรองการทำงาน (ให้พ่อเซ็น พร้อมเขียนไปด้วยว่าให้เงินเป็นเงินสด) ถ้าใครที่ทำกิจการส่วนตัวที่ไม่มีการจดทะเบียนเลย ก็ควรส่งหลักฐานอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือแทน

หมวด 5 Home address & Evidence of assets

  1. Property deed – โฉนดที่ดิน อันนี้อยู่ในหมวด Home Address ที่เอกสารบอกว่า Documents showing where you live สำหรับคนไทยน่าจะหมายถึง สำเนาทะเบียนบ้าน + โฉนดที่ดินบ้านนั้นๆ (แต่จริงๆ ก็ยื่นไปแค่สำเนาทะเบียนบ้าน)
  2. Mortgage statements – สัญญาจำนอง (ไม่จำเป็น)
  3. Tenancy agreements – สัญญาเช่า เพื่อแสดงหลักฐานที่อยู่ในไทย ยื่นไปแต่สำเนาภาษาไทยทั้งหมด ให้สำเนาใบเสร็จค่าห้องเดือนล่าสุดไปด้วย
  4. Accountant’s letters – อันนี้งง ขอผ่าน (ไม่จำเป็น)
  5. Land registration documents – เอกสารการจดทะเบียนที่ดิน (ไม่จำเป็น)
  6. ข้อ 1. – 5. (เหมือนด้านบน) แต่เป็นหมวด Evidence of assets ก็คือที่ดิน หรืออลังหาอื่นๆ ถ้ามีก็ยื่นไปด้วย (ในเคสคนที่ไมไ่ด้ทำงานประจำ จะเป็นประโยชน์ แสดงให้เห็นว่า รวย! 55555 ก็คือมีเงิน มีทรัพย์สิน ไม่หนีไปทำงานแน่นอน) – สรุป ไม่มีใครยื่นอะไรไป

หมวด 6 Accommodation in the UK

  1. Hotel booking confirmation – เอกสารการจองโรงแรม หรือที่พัก จองกับเว็บ Booking.com แบบยกเลิกได้ฟรีก่อนก็ได้ จองให้ครบทุกคืนที่ไป (ยกเว้นวันไหนไปนอนบ้านเพื่อนก็ไม่ต้องจอง)
  2. Travel booking confirmation – เอกสารการเดินทาง ในที่นี้จองพวกตั๋วเครื่องบิน, ตั๋วรถไฟระหว่างเมืองไปแล้ว ก็เลยยื่นไปด้วย จริงๆ ก็ไม่จำเป็น
  3. Travel agent confirmation – เอกสารจากเอเย่นต์ ถ้าจองทัวร์
  4. Sponsor accommodation details – เอกสารจากสปอนเซอร์ที่ให้ที่พัก ของพวกเราเข้าข่ายอันนี้ ในวันที่ไปนอนบ้านเพื่อน ให้เพื่อนเขียนจดหมายเชิญรายคนส่งมาให้ ในจดหมายก็ระบุว่าไปกี่คนใครบ้าง จะมาอยู่บ้านเค้าวันไหน ถึงวันไหน แล้วก็แนบสำเนาพาสปอร์ต, สำเนาวีซ่า, เอกสารรับรองการศึกษาจากมหาลัย, สัญญาเช่าบ้าน, หลักฐานการโอนเงินจ่ายค่าเช่าบ้านของเพื่อน แนบมาให้คนละ 1 ชุด (ทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ)

หมวด 7 Additional Information

หลักฐานอื่นๆ เกี่ยวกับครอบครัวที่ยืนยันได้ว่าจะกลับมาไทยแน่นอน (ไม่ได้ยื่นในส่วนนี้)

นอกจากนี้ยังพิมพ์ Cover Letter แนบไปด้วยทุกคน Cover Letter นี้เล่าเรื่องว่าเราเป็นใคร มีความสัมพันธ์ยังไงกับคนที่ไปด้วย และอธิบายอะไรแปลกๆ ที่เจ้าหน้าที่อาจจะสงสัย เช่น พสกับพกพกจองตั๋วเครื่องบินไปแล้ว และได้ราคาถูกมากเพราะแลกไมล์, พี่ปกไม่บินไปไฟลท์เดียวกันเพราะบินตรงแพง, พกพกใช้บัญชีส่วนตัวในธุรกิจ แต่ก็มีบัญชีใช้จ่ายส่วนตัว และออมเงินส่วนตัวแยกไว้, พสกับพกพกเราเป็นอะไรกัน (แอร้ยยยย), พี่ปกมาจากไหน เราเป็นอะไรกัน (เพราะพี่ปกไม่ได้เรียนมาด้วยกัน), ความสัมพันธ์ของพวกเรากับเพื่อนที่จะให้เราไปนอนด้วย พร้อมแนบภาพถ่ายพสพกพก, พสพี่ปก, พสพกพกกับเพื่อนที่เอื้อเฟื้อที่พัก นอกจากนี้เราบอกไว้ว่าจะไปดูบอลแมนยู และซื้อตั๋วไปแล้ว ก็ได้แนบสำเนาบัตรออฟฟิเชียลเมมเบอร์ของแมนยูไปด้วย

ทั้งนี้การยื่นหลักฐานต่างๆ สุดท้ายแล้วก็เพื่อยืนยันว่าเราจะไปที่ยวจริงๆ มีเงิน มีอาชีพที่ไทย จะไม่หลบหนีเข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย หลักฐานหลายๆ อย่างอาจจะไม่ต้องใช้ ถ้าเจ้าหน้าที่พิจารณาได้ว่าคนนี้ควรได้รับวีซ่าก็ผ่านได้ เพื่อความรอบคอบ และไม่อยากเสียเงิน 130 USD ไปฟรีๆ ก็เลยเตรียมหักฐานไปเยอะหน่อย เพื่อความอุ่นใจ

3. ไปขอวีซ่า UK

ในไทยสามารถขอวีซ่า UK ได้ด้วยตนเองที่กรุงเทพ และเชียงใหม่ นัดวัน และเวลาผ่านเว็บในข้อ 1 แล้วไปยื่นได้เลย คนมากน้อยแล้วแต่วัน แต่ไปยื่นวันที่ 1 มีนาคม นัดไว้ 14.15 น. ที่ VFS Global ตึก Trendy Office Building ซอยสุขุมวิท 13 (ฺBTS นานา, MRT อโศก หรือขับรถมาเองก็มีที่จอดรถในอาคาร) ไปถึงตั้งแต่ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ชั้น 1 บอกให้ขึ้นไปชั้น 28 ได้เลย ไปถึง รอไม่ถึง 5 นาทีก็ได้ยื่นเอกสาร, ถ่ายภาพ และพิมพ์ลายนิ้วมือ ทั้งหมดเสร็จในเวลาไม่เกิน 30 นาที ส่วน SMS 85 บาท ไม่จำเป็นต้องสมัคร แต่ถ้าอยากรู้ขั้นตอน พิจารณาวีซ่าก็สมัครได้ เพราะจริงๆ จะมีอีเมลแจ้งอยู่แล้วถ้าวีซ่าพิจารณาเสร็จ ส่วนถ้าใครอยากให้ทาง VFS ส่งเล่มไปที่บ้านเลยก็มีค่าส่งอีก 280 บาท (จ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น)

พกพก ให้ส่ง EMS สมัคร SMS ได้รับอีเมลวันที่ 6 ว่าวีซ่าพิจารณาเสร็จ + วันที่ 7 ส่งถึง VFS และได้รับเล่มวันที่ 8
พส รับเอง ไม่สมัคร SMS ได้รับอีเมลวันที่ 7 ว่าวีซ่าพิจารณาเสร็จ ให้ไปรับเล่มได้หลัง 2 วันทำการ (ไปรับวันที่ 9 แต่ตามซองคือถึงตั้งแต่วันที่ 8)
พี่ปก ให้ส่ง EMS ไม่สมัคร SMS ได้รับอีเมลวันที่ 7 ว่าวีซ่าพิจารณาเสร็จ ได้รับเล่มวันที่ 11

และทุกคนก็ได้รับวีซ่า UK ติดมาในเล่มพาสปอร์ต \0/ อย่าลืมเช็คว่าวันเริ่มวีซ่าตรงกับช่วงที่เดินทางหรือไม่ด้วยนะ (มีบางคนได้หลังเดินทาง ซึ่งแปลว่าจะเข้าประเทศไม่ได้)

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆ ท่านที่อยากจะยื่นขอวีซ่า UK นะคะ มีอะไรสงสัยเมนชั่นถามทางทวิตเตอร์ @processic จะไวสุดค่ะ

Advertisements

3 thoughts on “[How to] ยื่นขอวีซ่าสหราชอาณาจักร (UK Visa)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.